หลังจากโตโยต้าปูทางเรื่องราวของระบบไฮบริดมาเป็นเวลานานหลายปี และแล้วรถยนต์ไฮบริด โมเดลแรกของเมืองไทยก็ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ “คัมรี่ ไฮบริด” พร้อมกับการขึ้นไลน์ประกอบในประเทศ แทนที่จะเป็นการนำเข้ามาจำหน่าย เรียกว่าเป็นเซอร์ไพร์สเล็กๆ
Read the full story »4×4 Off Road กระบะ PPV SUV MPV ยกสูง ชุดยก ช่วงล่าง หลากหลายสำนัก
คลิปวีดีโอ มอเตอร์โชว์ พริตตี้ โคโยตี้ คลิปรถแข่ง คลิปรถแต่งสวยๆ
ทดสอบรถยนต์ อัตราเร่ง การเกาะถนน อัตราบริโภคน้ำมัน ในและนอกประเทศ
รถใหม่ ราคารถใหม่ สเปครถใหม่ ในประเทศและต่างประเทศ อัพเดททุกชั่วโมง
รถแต่ง แต่งรถ โมดิฟาย เครื่องยนต์ ช่วงล่าง บอดี้พาร์ท สปอยเลอร์ ฯลฯ
หลาย คนคงรู้กันดีว่า กระแสตอบรับจากผู้ที่คลั่งไคล้และหลงใหลรถ HONDA ในปัจจุบันนี้มีเพิ่มมากขึ้นพอสมควร สังเกตได้จากการเปิดตัวรถรุ่นใหม่อย่าง FIT ที่หลายคนให้ความสนใจกันมาก เพียงช่วงเวลาไม่ถึงเดือนก็มีผู้นำรถรุ่นนี้มาตกแต่งได้สวยงามไม่แพ้ใน ประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีบางกลุ่มที่หลงใหลในเสน่ห์ของเครื่องยนต์แบบ VTEC ซึ่งเป็นเครื่องยนต์แบบ NA (ไม่มีระบบอัดอากาศ) แต่ก็สามารถแรงได้ไม่แพ้เครื่อง TURBO ทำให้รถจากค่าย HONDA มักมีผู้นิยมใช้กันพอสมควร
นอกจากรถประเภทซีดานที่ทางบริษัท HONDA เน้นการทำตลาดอยู่นั้น ทาง HONDA เอง ก็ยังผลิตรถสปอร์ตมาเอาใจกลุ่มที่นิยมใช้รถประเภทนี้เช่นกัน โดยประกอบไปด้วยรุ่น NSX หรือรุ่นใหม่แบบ ROADSTER อย่าง S2000 ที่ทั้งคู่ยังถูกบรรจุเครื่องยนต์ที่เน้นเทคโนโลยีความแรงด้วยระบบ VTEC ในคอลัมน์ STYLE UP ของเราเล่มนี้ จึงได้จับเจ้ารถ ROADSTER อย่างรุ่น S2000 รุ่นปี 2000 มาให้ดูกันสักหน่อย ว่ารุ่นนี้มีอะไรบ้างที่น่าสนใจ นอกจากเครื่องยนต์ในรูปแบบ VTEC
![]() |
![]() |
ภายนอกดีไซน์โฉบเฉี่ยวตามแบบ ROADSTER
HONDA รุ่น S2000 นี้ถือได้ว่าเป็นรถรุ่นหนึ่งที่ได้ออกแบบมาให้เป็นรถประเภทที่ขับได้สนุก ดังนั้นในเรื่องรูปทรงต่างๆ จึงถูกดีไซน์อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นขนาดมิติของตัวรถที่มีความกะทัดรัด รวมไปถึงระบบขับเคลื่อนที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสม โดยการใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง
สำหรับ S2000 ที่เราได้นำเสนอในคอลัมน์นี้ ถ้าหากเป็นแบบเดิมๆละก็ คงจะดูไม่โดดเด่นสักเท่าไหร่ แต่คันที่เรานำมาเสนอแก่ท่านผู้อ่านนี้ค่อนข้างที่จะดูโดดเด่นด้วยชุดแต่ง ที่ได้ติดตั้งใหม่ เพื่อให้รถดูโหดยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในด้านหน้าที่ได้ติดตั้งสเกิร์ตหน้าของ Back Yard เข้าไป ทำให้ดูเด่นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีส่วนสำคัญที่เจ้าของรถได้ทำการเปลี่ยนแปลง นั่นคือ หลังคาที่ถูกเปลี่ยนไปใช้หลังคาแข็งแบบคาร์บอนเคฟลาร์ของ MUGEN ที่นอกจากจะได้ข้อดีในเรื่องของน้ำหนักที่มีความเบาแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือความสวยงามของหลังคาที่ตัดกับตัวรถสีขาว ยิ่งทำให้เป็นที่สะดุดตามากขึ้น
![]() |
![]() |
![]() |
|
ชุดท่อไอเสียจาก MUGEN เช่นกัน
|
ชุดท่อไอเสียจาก MUGEN เช่นกัน
|
เพิ่มความมั่นใจด้วยโช้คอัพพร้อมสปริงของ ARAGOSTA
|
แรงแบบ STANDARD กับเครื่องยนต์ VTEC
ทาง ด้านเครื่องยนต์ของ HONDA S2000 นั้น ได้ถูกออกแบบมาสำหรับการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ ถึงแม้เครื่องยนต์จะมีความจุกระบอกสูบเพียง 2,000 C.C. แบบไม่มีระบบอัดอากาศ ซึ่งเมื่อเทียบกับรถจากค่ายอื่นที่มีระบบอัดอากาศแล้วละก็ ความสนุกของการดึงแบบหลังติดเบาะอาจจะเป็นรองอยู่นิดหน่อย แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะทาง HONDA ได้นำระบบ VTEC เข้ามาใช้ ทำให้แรงม้าที่ได้ก็ค่อนข้างสูงทีเดียว เมื่อเทียบกับความจุของเครื่องยนต์แล้ว เราลองมาดูกันดีกว่าครับ ว่าสเป็กเครื่องยนต์ในรหัส F20C DOHC VTEC นี้เป็นอย่างไรบ้าง
ความจุกระบอกสูบ 1,997 C.C.
แรงม้าสูงสุด 250 PS/8,300 rpm
แรงบิสูงสุด 22.2 kg-m/7,500 rpm
ระบบส่งกำลัง 6 Speed Manual
หลัง จากที่ได้ทราบสเป็กคร่าวๆกันไปแล้ว เรามาดูกันดีกว่าว่า S2000 คันนี้ได้ปรับปรุงอะไรเกี่ยวกับเครื่องยนต์บ้าง เดิมทีถ้าดูจากสเป็กเครื่องยนต์แล้ว จะเห็นว่าพื้นฐานของเครื่องยนต์กับแรงม้าที่ได้รับนั้น ค่อนข้างจะดีทีเดียว ทำให้เจ้าของรถเริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนแปลงชิ้นส่วนต่าง ๆ ภายนอก รอบ ๆ เครื่องยนต์ ประกอบไปด้วยระบบระบายไอเสียที่ทำการปรับปรุงด้วยการนำชุดคิตของ MUGEN มาใช้ เริ่มตั้งแต่ในส่วนของท่อเฮดเดอร์ รวมไปถึงตัวท่อไอเสียที่ใช้ขนาด 2.5 นิ้ว ไล่ไปจนถึงหม้อพักใบหลังที่เป็นแบบ TITANIUM
นอกจากนี้ก็ได้ ปรับปรุงทางด้านระบบดูดอากาศนิดหน่อย โดยการนำชุดกรองอากาศของ MUGEN ซึ่งมีจุดเด่นที่ตัวกรองจะมีชุดครอบ ทำให้สามารถรับเอาอากาศเย็นจากภายนอก โดยกรองชุดนี้ยังเน้นในเรื่องของความสวยงามและทนทาน ด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ส่วนอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ควบคุมและสั่งการเครื่องยนต์อย่างกล่อง ECU ก็ได้นำของ MUGEN มาใช้เช่นกัน
จากการปรับปรุงอุปกรณ์ต่างๆ ภายนอกเครื่องยนต์นี้ก็น่าจะทำให้เครื่อง F20C DOHC VTEC ใน S2000 นี้ ขับได้สนุกมากยิ่งขึ้น เพราะสมรรถนะที่ได้รับไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของระบบระบายไอเสีย ระบบดูดอากาศ หรือระบบประมวลผลอย่างกล่อง ECU คงทำให้เครื่องตัวนี้แสดงพลังออกมาได้อย่างเต็มที่
ส่วนระบบส่งกำลังนั้น เพื่อให้มั่นใจกับสมรรถนะที่ได้รับจากเครื่องยนต์ว่าสามารถถ่ายทอดลงพื้น อย่างสมบูรณ์ ทางเจ้าของรถจึงไม่ลืมที่จะทำการปรับปรุงเพื่อให้สัมพันธ์กับเครื่องยนต์ ด้วยการเปลี่ยนไปใช้หวีคลัตช์ และผ้าคลัตช์จาก MUGEN เพื่อเพิ่มเติมในเรื่องของประสิทธิภาพในการทำงาน ส่วนในเรื่องของตัวเกียร์นั้นไม่ได้ปรับปรุงเพิ่มเติม เพราะของเดิมที่มีมาให้นั้นเป็นเกียร์ 6 สปีด อยู่แล้ว ทำให้มีจุดเด่นๆในเรื่องของอัตราทดเกียร์ที่ต่อเนื่อง แต่ทางเจ้าของรถได้ทำการเปลี่ยนด้ามเกียร์ใหม่เป็นแบบควิกชิฟต์ของ C’S เพื่อช่วยให้การเข้าเกียร์สามารถทำได้รวดเร็วขึ้น
ช่วงล่างตอบสนองความแรง
![]() ![]() |
![]() |
ระบบช่วงล่างเพื่อความเหมาะสมกับความเป็นรถ ROADSTER ทางเจ้าของจึงได้ปรับปรุงเพื่อให้เหมาะสมกับความแรงของเครื่องยนต์ รวมถึงความปลอดภัย โดยเน้นกันตั้งแต่ระบบเบรกที่ได้เปลี่ยนเบรกหน้าไปใช้ชุดเบรกของ AEM ส่วนในด้านหลังได้เปลี่ยนจานดิสก์เบรกใหม่จาก SPOON
ส่วนโช้คอัพได้นำของ ARAGOSTA ที่เป็นชุดสตรัทปรับเกลียว เปลี่ยนเข้าไปใหม่ทั้งในด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเกาะถนนที่ดีขึ้น เพียงเท่านั้นยังไม่พอ การออกแบบของรถยังได้ติดตั้งอุปกรณ์ค้ำโช้คเข้าไว้ด้วย ซึ่งในด้านหน้าจะถูกเปลี่ยนไปใช้ของ ARC แต่ในด้านหลังยังคงใช้ค้ำโช้คของเดิมอยู่ เพราะรถในรูปแบบ PERFORMANCE ระดับนี้ การขับขี่อาจจะรุนแรงกว่าธรรมดาทำให้เกิดปัญหาเรื่องการบิดตัวของตัวถังใน ขณะใช้งานได้
ในเรื่องของล้อนั้น นอกจากเพื่อความสวยงามที่ได้รับกลับมาแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับการตอบสนองที่สัมพันธ์กับสมรรถนะของเครื่อง ยนต์ด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้ ทางเจ้าของรถจึงได้เปลี่ยนไปใช้ล้อจาก PRODRIVE ขอบ 18 นิ้ว ทั้ง 4 ล้อ แต่ในด้านหน้าจะใช้ขนาดกว้าง 7.5 นิ้ว กับยางขนาด 225/40 ส่วนในด้านหลังจะใช้ล้อที่มีขนาดกว้าง 8.5 นิ้ว กับยางขนาด 245/40
![]() |
![]() |
ภายในของเดิมเน้นดีไซน์ล้ำสมัย
ภาย ในของ S2000 นั้น ถือว่ามีการดีไซน์ที่ลงตัวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบที่เน้นโทนสีที่ดูแล้วร้อนแรงอย่างสีแดง ซึ่งจะประกอบไปด้วยพรมและคอนโซลกลาง แต่เพื่อลดความร้อนแรงบางส่วนลง ก็จะมีการเบรกด้วยโทนสีดำเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นตัวคอนโซล และแผงข้างบางส่วน ทำให้โทนสีที่ดูตัดกันนี้แสดงออกมาถึงความสปอร์ตของรถจากค่าย HONDA โดยเฉพาะ
ในเรื่องการดีไซน์ของมาตรวัดยังเน้นความสปอร์ตที่ดูลงตัวด้วย มาตรวัดแบบดิจิตอล ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้จุดที่โดดเด่นมากสำหรับ S2000 ก็คือปุ่มสำหรับสตาร์ทเครื่องยนต์ ที่ออกแบบมาให้ความรู้สึกเหมือนรถแข่ง โดยจะเน้นถึงความปลอดภัย ด้วยการออกแบบให้ต้องเหยียบคลัตช์ด้วยทุกครั้งก่อนกดปุ่มสตาร์ท
นอกจาก นี้ก็คงเป็นลักษณะของห้องโดยสารที่ออกแบบมาเน้นความเป็นสปอร์ตอย่างแท้จริง ด้วยรูปแบบการจัดวางแบบสองที่นั่งลักษณะคล้ายกับรถแข่ง
จะเห็นได้ว่า HONDA S2000 น่าจะเป็นรถในรูปแบบ ROAD sTER ที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบอีกรุ่นหนึ่งจากค่ายนี้ เพราะถ้านำมาเปรียบเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกันแล้วละก็ S2000 คงไม่เป็นรองใครแน่นอน โดยเฉพาะกลุ่มที่นิยมและคลั่งไคล้เครื่องยนต์ระบบ VTEC S2000 คงเป็นอีกหนึ่งพัฒนาการที่ทาง HONDA ได้รวมเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาไว้เพื่อคนกลุ่ม
ที่มา : นิตยสารเอ็กซ์โอออโต้สปอร์ต XO Autosport




(10 out of 5)



(0 out of 5)



(0 out of 5)



(0 out of 5)



(0 out of 5)