Fri, 9/10/09 – 22:37 | Comments Off

ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือเป็นความตั้งใจของ มิตซูบิชิ ที่จัดงาน?เอ็กซ์คลูซีฟ เทสไดร์ฟ? ให้สื่อมวลชนได้ลองขับ?แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ ใหม่?เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (5 ต.ค.) เพราะถ้านับย้อนหลังไป 8 ปี ของวันเดียวกัน เรามีโอกาสได้เห็น จอห์น บอง โจวี เป็นพรีเซนเตอร์ร้องเพลง It?s my life ในโฆษณาเปิดตัว ?แลนเซอร์ ซีเดีย? ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

Read the full story »
4x4 OFF ROAD

4×4 Off Road กระบะ PPV SUV MPV ยกสูง ชุดยก ช่วงล่าง หลากหลายสำนัก

ข่าวแวดวงรถยต์

ข่าวในวงการรถยต์ ต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศ อัพเดทตอลดที่นี่

ทดสอบรถยนต์

รถใหม่อัพเดท

รถใหม่ ราคารถใหม่ สเปครถใหม่ ในประเทศและต่างประเทศ อัพเดททุกชั่วโมง

แต่งรถ รถแต่ง

Home » ทดสอบรถยนต์

Untitled Document

Peugeot 407 coupe HDI สปอร์ตอารมณ์ซีดาน

Submitted by admin on Thursday, 6 November 2008No Comment
เปอโยต์ หนึ่งในค่ายรถยุโรปที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นคู่แข่งของค่ายญี่ปุ่นอย่างสูสี ปัจจุบันจากปัจจัยหลายหลากประการทำให้ เปอโยต์เริ่มกลายเป็นค่ายแบบนิชคาร์ ด้วยการนำเสนอรถในแบบที่แตกต่างจากคนอื่น เพื่อสนองความต้องการของลูกค้าที่ชอบความไม่เหมือนใคร

สำหรับการทดสอบในครั้งนี้เรามีโจทย์ด้วยกัน 2 ข้อคือ หนึ่งทดสอบการใช้งานของ 407 แบบออนโรด(บนถนนใช้งานจริง) และสองเปรียบเทียบสมรรถนะระหว่าง 407 ตัวดีเซลและตัวเบนซิน เพื่อความเข้าใจที่ง่ายเราขอเริ่มต้นด้วยสเปคของรถทั้งสองคันก่อน

เปอโยต์ 407 คูเป้ ดีเซล ได้รับการบรรจุเครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล ไฮเพรซเชอร์ ไดเร็กอินเจ็กชั่น เทอร์โบชาร์จ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ขนาดความจุ 2.7 ลิตร V6 รหัส DT17 TED 4 ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 330 นิวตัน-เมตรที่ 1,900 รอบ/นาที ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดของเปอโยต์

เมื่อได้เห็นสเปคความรู้สึกแรกคือ โอ้ ไม่ด้อยกว่าเบนซินเลยสักเท่าไหร่ เพราะ เครื่องเบนซินนั้นมีปริมาตรความจุ 3.0 ลิตร V6 รหัส ES9A ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 290 นิวตัน-เมตรที่ 3,750 รอบ/นาที แม้เครื่องดีเซลจะมีแรงม้าน้อยกว่าแต่ทว่ากลับมีแรงบิดสูงกว่า


สำหรับการทดสอบแบบออนโรดในครั้งนี้เราใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-อยุธยา-คลอง 5 โดยออกจากโชว์รูมเปอโยต์ที่ถ.สุรวงค์ ในช่วงเวลาเร่งด่วนเพื่อไปใช้ทางด่วนจากหัวลำโพงลงสุดทางที่ด่านบางประอิน วิ่งเข้าอยุธยาแล้วย้อนกลับมาใช้เส้นพหลโยธิน แล้วจึงเลี้ยวซ้ายเข้าไปทดสอบอัตราเร่งกันที่ สนาม Bangkok Drag Avenue คลอง 5 ปทุมธานี

ความรู้สึกแรกหลังจากได้เข้าไปนั่งคือ ภายในกว้างนั่งสบาย ทัศนวิสัยชัดเจนดี แต่จะมองไม่เห็นด้านหน้ารถสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยอาจจะกะระยะลำบากสักหน่อยเวลาเลี้ยวโค้งหรือเข้าจอด แต่ลักษณะแบบนี้เหมือนเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของรถสปอร์ต เพราะเท่าที่เคยประสบมารถสปอร์ตส่วนใหญ่จะมองไม่เห็นด้านหน้ารถของตัวเอง


คันที่เราได้ขับไปนั้นเป็นรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน ซึ่งการออกตัวไม่ปรู๊ด ปร๊าด น่าจะเรียกว่า ออกตัวนุ่มๆ แบบผู้ดี และด้วยตัวถังที่ค่อนข้างใหญ่และยาวการขับขี่ในเมืองอาจต้องใช้ความคุ้นเคยซักระยะหนึ่งถึงจะทำได้อย่างคล่องแคล่ว

เมื่อถึงเส้นทางด่วนเราได้ลองอัตราเร่งแซงช่วงความเร็ว 80-100 กม./ชม. เจ้า 407 เบนซินทำได้ดี คิกดาวน์แล้วรถจะไม่พุ่งแต่ความเร็วจะขึ้นแบบนิ่มนวล ให้เราแซงผ่านคันอื่นได้สบายๆ ความเร็วที่ใช้เฉลี่ยประมาณ 140 -150 กม./ชม.(ขณะที่สื่อมวลชนอีกท่านหนึ่งขับ 407 คูเป้ ดีเซล ออกจากโชว์รูมหลังเราแต่ไปถึงที่หมายก่อน แสดงว่าใช้ความเร็วเฉลี่ยมากกว่าเราแน่นอน)


ก่อนจะไปถึงช่วงทดสอบอัตราเร่ง ขอตัดฉากกลับมาที่โชว์รูมอีกครั้ง ในวันและเวลาที่ต่างกัน เราได้มีโอกาสทดสอบเจ้า 407 ดีเซลอีกครั้งหนึ่ง บนเส้นทางเดียวกันกับครั้งแรก แต่คราวนี้เป็นเครื่องยนต์ดีเซล เริ่มจากการออกตัวไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง เสียงของเครื่องยนต์นั้นถ้าอยู่ภายนอก เครื่องดีเซลจะดังกว่าตัวเครื่องเบนซินอย่างแน่นอน แต่เมื่ออยู่ในห้องโดยสาร จะไม่มีเสียงเครื่องยนต์เข้ามารบกวนแต่อย่างใด

การเร่งแซงที่ความเร็ว 80-100 กม./ชม. ของเจ้า 407 คูเป้ ดีเซล เมื่อคิกดาวน์แล้วรถก็จะไม่พุ่งเช่นกัน แต่ความเร็วจะขึ้นแบบนิ่มๆ และดูเหมือนจะเร็วกว่าตัวเบนซินนิดหน่อย (ซึ่งเราจะได้พิสูจน์ กันในสนาม) ความเร็วสูงสุดที่ทำได้ประมาณ 200 กม./ชม.

นอกจากนั้น ก่อนที่จะเข้าสนามแข่งเราได้มีการหาอัตราความประหยัดของ407 คูเป้ ทั้งเครื่องดีเซล และเครื่องเบนซิน จากการใช้งานจริงบนเส้นทางที่เราได้วิ่ง (แบบเต็มๆ ) มา ผลคือ เจ้าเบนซินมีอัตราบริโภคน้ำมันเฉลี่ย 7.94 กม./ลิตร และเจ้าดีเซล 8.10 กม./ลิตร



เมื่อเจ้า 407 คูเป้ทั้ง 2 คันมาอยู่ในสนามแข่งควอเตอร์ไมล์ ที่คลอง 5 เราเพิ่งมาทราบว่าจะมีการแข่งขันแบบจริงๆ จังๆ โดยให้สื่อมวลชนทุกท่านที่เข้าร่วมทดสอบขับคนละ 1 ครั้งทุกคันและจับเวลาหาผู้ที่ทำเวลาดีที่สุดในแต่ละรุ่น ทั้งนี้ยังมี 407 รุ่น แวกอน เครื่องยนต์ดีเซล และเบนซินร่วมทดสอบในครั้งนี้ด้วยอีก 2 คัน

ซึ่งการแข่งขันจะเป็นการจับคู่ระหว่างรุ่นบอดี้เดียวกันแต่ต่างเครื่องยนต์ เพื่อดูว่าเครื่องยนต์ตัวไหนจะมีอัตราเร่งที่ดีกว่ากัน และเราขอนำเสนอผลเฉพาะรุ่นคูเป้เท่านั้นโดยเราแข่งเป็นคู่แรกใน 407 เบนซิน ส่วนคู่แข่งจาก บางกอกโพสต์ นั้นอยู่ใน 407 ดีเซล ผลคือเบนซินของเราพ่ายไปแบบฉิวเฉียด ด้วยเวลา 17.683 วินาที ต่อ เวลา 16.763 วินาที และนับเป็นเวลาที่ดีที่สุดของทั้ง 2 รุ่นในการแข่งขันวันนั้นหากเทียบกับสื่อมวลชนท่านอื่นที่ร่วมทดสอบ


จากนั้นมีการสลับรถกัน เรามาอยู่ในรุ่นดีเซล และบางกอกโพสต์ อยู่ในรุ่นเบนซิน ผลคือเราพ่ายไปอีกครั้ง ด้วยเวลาที่ย่ำแย่ทั้งคู่ โดยที่เวลาเฉลี่ยสำหรับรุ่น เบนซินอยู่ที่ประมาณ 18 วินาทีกว่า ส่วนรุ่น ดีเซล อยู่ที่ ประมาณ 17 วินาทีกว่าๆ จากการแข่งขันทั้งหมด 15 รอบโดยประมาณ

ซึ่งจากผลเวลาที่ยืนยันว่า เครื่องยนต์ดีเซล 2.7 ในตัว407 คูเป้ นั้นมีอัตราเร่งที่ดีกว่า เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ทั้งนี้คาดว่าเป็นผลมาจากแรงบิดสูงสุดที่มากกว่าและมาในรอบต่ำกว่าเพียง 1,900 รอบ/นาที นอกจากนั้นจากการสังเกตดูการแข่งขันจะเห็นว่าแม้จะออกตัวเท่าๆ กัน แต่เมื่อถึงช่วงเกียร์ 2 เจ้าเครื่องดีเซลจะเริ่มฉีกหนีอย่างเห็นได้ชัด

หลังจากที่ได้ลองอัตราเร่ง แล้วเราลองมาดูสมรรถนะในด้านอื่นๆ ของเจ้า 407 กันบ้าง โดยเริ่มที่การทรงตัว ด้วยการวิ่งที่ความเร็ว 120 กม./ชม. เจ้า 407 คูเป้ ดีเซล ยังคงนิ่งๆ เมื่อความเร็วไหลมาถึง 200 กม./ชม. (ด้วยระยะทางเพียง 1 กม.เศษ นับเป็นอัตรเร่งที่น่าประทับใจไม่น้อยเช่นกัน) ความรู้สึกไม่แตกต่างจากวิ่งด้วยความเร็วปรกติสักเท่าใด

เสียงลมแทบจะไม่มีเข้ามารบกวนภายในห้องโดยสารเลย คือถ้าเปิดวิทยุฟังก็จะไม่ได้ยินเสียงรบกวนจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นเสียงลมหรือเสียงเครื่องยนต์ ทั้งๆ ที่เป็นรถแบบไม่มีขอบกระจก ซึ่งเจ้า 407 คูเป้ นี้ตามสเปคที่ให้มาสามารถปรับระดับความความแข็ง-อ่อนของโช้คอัพอิเล็กทรอนิกปรับด้วยไฟฟ้าได้ถึง 9 ระดับ

แต่ในทางปฏิบัติจริงนั้น เราเห็นปุ่มที่ปรับระดับในตัวรถเพียงปุ่มเดียว ซึ่งเมื่อกดแล้วก็จะมีเพียง 2 โหมดคือ ออโต้ กับ สปอร์ต เท่านั้น โดยโหมดสปอร์ตจะรู้สึกว่าแข็งกว่าโหมดออโต้ได้อย่างชัดเจน แม้จะวิ่งช้าๆ เพียง 40 กม/ชม. ส่วนพวงมาลัยควบคุมได้ง่ายแม่นยำและจับถนัดมือดี แต่ค่อนข้างหนักไปสักหน่อย

ด้านการใช้งานของอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องโดยสารถือว่าใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน โดยมีทีเด็ดพิเศษสุดคือ ปุ่มที่อยู่ตรงด้านบนของก้านไฟเลี้ยว เพียงกดปุ่มแล้วพูด แค่นี้ท่านก็จะปรับโหมดต่างๆ ที่มีอยู่ที่หน้าคอนโซลได้ทุกอย่าง โดยไม่ต้องกดปุ่มใดๆ อีก เช่น กดปุ่มแล้วพูดว่า Radio ท่านก็จะได้ฟังวิทยุทันที หรือถ้าเปิดเจอคลื่นที่ไม่โดนใจ ก็เพียงกดปุ่มนั้นซ้ำแล้วพูดว่า Next หรือ Previous ระบบก็จะหาสถานีใหม่ให้ทันที แต่การพูดต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น (ส่วนสำเนียงนั้นสามารถบันทึกใหม่ให้เป็นสำเนียงของเราได้)

สำหรับการใช้งานด้านอื่นที่ไม่ถูกใจเรา ก็มีตรงปุ่มปรับเลื่อนกระจกที่แผงข้างประตูอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ถนัดสักเท่าไหร่นัก เพราะต้องเอี้ยวไหล่ไปทางด้านหลังเล็กน้อยเพื่อจะกดปุ่มได้ จริงๆ น่าจะเลื่อนมาอยู่ทางด้านหน้าอีกนิดถึงจะพอดี ส่วนที่นั่งด้านหลัง แม้จะเป็นรถแบบคูเป้ 2+2 ที่นั่งแต่ก็ยังนั่งได้อย่างสบาย หัวไม่ชนหลังคา

ผลสรุปของเจ้า 407 คูเป้ จากโจทย์ที่หนึ่ง แบบออนโรดความรู้สึกโดยรวมของเจ้า 407 คูเป้ คือ นุ่มนวล สบายๆ ขับง่ายๆ ไม่กระโชกโฮกฮากเหมือนรถสปอร์ตสายพันธ์อื่นๆ ดูแล้วน่าจะเหมาะกับผู้อยากขับรถสปอร์ตแบบให้คนอื่นมอง และต้องการอารมณ์ขับแบบง่ายๆ เหมือนรถซีดาน

ส่วนโจทย์ที่สอง อัตราเร่ง แสดงโดยผลการแข่งขัน ซึ่งมีสื่อมวลชนหลายๆ ท่านแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ?แล้วใครจะซื้อรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน ในเมื่อเครื่อง ดีเซล แรงกว่าแถมยังประหยัดกว่าด้วย? สำหรับค่าตัวของเจ้า 407 คูเป้ เอส ดีเซลอยู่ที่ 4,290,000 บาท และเบนซิน 4,190,000 บาท

//–>

Popularity: 5% [?]

รถยต์ที่มีคนอ่านมากที่สุด

รถยต์ที่มีคนอ่านมากที่สุด

Leave a comment!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.