| กระแส ความดุเดือดของการแข่งขันในเซกเมนท์รถปิกอัพ ขับเคลื่อน 2 ล้อ ยกสูง ระอุขึ้นมาทันที หลังจากที่ โตโยต้า ขยับเปิดตัว “วีโก้ พรีรันเนอร์” เครื่องยนต์ใหม่ ใส่เทอร์โบ แปรผัน เข้าไป เช่นเดียวกับคู่แข่งอย่าง มิตซูบิชิ มาสด้า และฟอร์ด ที่ปรับโฉมเล็กน้อยให้กับ ปิกอัพ ตัวขับ 2 ยกสูง ไปก่อนหน้านั้น
ด้านขาใหญ่อย่าง อีซูซุ อัดโฆษณา “ดีแมกซ์” โดยเน้นรุ่นขับ 2 ยกสูงเป็นหลัก ส่วนทาทา ซีนอนทุกรุ่นเป็นรถแบบยกสูงอยู่แล้ว ขณะนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวแต่อย่างใด |
|
ล่าสุดค่าย นิสสัน ไม่ยอมน้อยหน้าใคร เสริมไลน์ให้ “นาวารา คาลีเบอร์” ปิกอัพขับ 2 ยกสูง แบบ 4 ประตู โดยเพิ่มรุ่น “เกียร์อัตโนมัติ” เข้ามาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ชอบความสบายในการใช้งาน และเชิญสื่อมวลชนร่วมขบวนไปทดสอบแบบทันท่วงที
สิ่ง ใหม่ของ นาวารา คาลิเบอร์ 4 ประตูขับเคลื่อน 2 ล้อ ก็คือการใส่ เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ส่วนขุมกำลังยังคงเหมือนเดิม ดีเซลคอมมอนเรลไดเร็คอินเจคชั่น ขนาด 2500 ซีซี VN Turbo เทอร์โบแปรผัน ให้กำลังสูงสุด 144 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 356 นิวตันเมตร รองรับการใช้น้ำมันดีเซล B5 |
|
สำหรับ เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด นั้น นิสสันบอกว่า เป็นของใหม่เพื่อปิกอัพโดยเฉพาะ ชุดเกียร์มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ควบคุมการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ภายในชุดเกียร์ (Built-in Computer) ประมวลผลเพื่อปรับเปลี่ยนแรงดันน้ำมันภายในชุดเกียร์ เพื่อปรับเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะสม กับรูปแบบการขับขี่ของผู้ขับขี่ ดีไซน์เกียร์ในห้องโดยสารเป็นแบบ L TYPE
การทดสอบเริ่มต้นจากคริสตัล ปาร์ค “นาวารา” 1 คัน นั่ง 3 คน ผู้เขียนประจำการในตำแหน่งของผู้โดยสารตอนหน้าก่อน ขับออกมามุ่งหน้าไปชลบุรี โดยใช้เส้นทางถนนสุวินทวงศ์ ขับ กันได้เพียงไม่กี่กิโลเมตร ก็มีเสียงบ่นจากสื่อมวลชนผ่านทางวิทยุสื่อสารว่า “เติมลมยางมาเท่าไหร่เนี่ย ทำไมรถกระเด้งหลือเกิน” ซึ่งเราก็เห็นด้วยกับคำพูดดังกล่าว
|
|
เมื่อมาถึงจุดพักแรกหลังขับกันมาราว 80 กม. ทีมงานนิสสันมาตรวจสอบลมยาง คันของพบว่า มีลมจุอยู่ถึง 45 ปอนด์ ขณะที่บางคันมีถึง 50 ปอนด์ ดังนั้นทีมงานจึงจัดการปล่อยลมออกจนเหลือ 35 ปอนด์ จากนั้นเริ่มเดินทางต่อ โดยการเดินทางช่วงนี้เราเป็นผู้ขับ
ความ รู้สึกแรก หลังปล่อยลมยางไปแล้ว รถวิ่งนุ่มนวลขึ้นอย่างชัดเจน โดยสื่อมวลชนทุกท่านที่ร่วมขณะขบวนทดสอบเป็นสักขีพยานได้ แม้จะไม่นุ่มนวลเหมือนรถเก๋ง แต่ความนุ่มถือว่าอยู่ในเกณฑ์สูสีกับคู่แข่งที่เป็นปิกอัพด้วยกัน เบาะนั่งยังคงเป็นจุดขายด้านความสบายที่เราชื่นชอบ
หันมาเพ่งเล่งถึงเรื่องของเกียร์อัตโนมัติที่ให้มาเป็นหลัก การทำงานส่งกำลังอย่างต่อเนื่องไหลลื่น ไม่รู้สึกถึงจังหวะรอยต่อช่วงเปลี่ยนเกียร์ หากท่านเป็นคนที่ชอบขับแบบสบายๆ เกียร์ชุดนี้ต้องบอกว่า “เข้าทาง” แต่ในทางตรงกันข้ามหากเป็นคนที่เน้น ขับเอาสนุก อยากแรงบ้างบางโอกาส ท่านอาจจะผิดหวัง |
|
เนื่องจาก การตอบสนองของเกียร์ช่วงออกตัวถือว่า ช้า และค่อนข้างรอรอบในช่วงรอบต่ำ หรือจังหวะเร่งแซง เราต้องกะระยะเผื่อพอสมควร อย่างที่บอกเป็นเพราะการตอบสนองแบบรอรอบ ทำให้แม้เร่งเครื่อง ตบเกียร์ลงต่ำ รอบขึ้นสูงแต่รถไม่วิ่งเร็วเหมือนดังใจคิด ซึ่งสอบถามสื่อมวลชนที่ร่วมทดสอบในทริป บางท่านบอกว่า จังหวะคิกดาวน์แล้ว ไม่ใช่รถไม่พุ่ง เพียงแต่มันพุ่งช้า กว่าจะมาหมดทางวิ่งแล้ว
เรื่องนี้สอบทางทีมงานวิศวกร นิสสัน ที่ร่วมสังเกตการณ์ในทริปนี้ บอกว่า รถล็อตนี้เพิ่งเสร็จออกมาจากโรงงาน โดยพวกเขาเองยังไม่ได้ตรวจสอบแต่อย่างใดจึงไม่รู้ว่า มีปัญหาอะไรหรือไม่ เนื่องจากหากมีการถอดฟิวส์หรืออุปกรณ์บางอย่าง แล้วไม่ได้มีการเซ็ตกลับให้ถูกต้อง จะทำให้การประมวลผลของอีซียูคลาดเคลื่อนไปได้ |
|
ทั้งนี้เนื่องจาก ที่ผู้เขียนเคยขับเจ้านาวารา รุ่นนี้มาแล้วในโฉมเกียร์ธรรมดา การตอบสนอง ทันใจ เร่งปื้ดๆ ได้ในทุกย่านความเร็ว เหตุอันใดเพียงแค่เปลี่ยนมาเป็นเกียร์อัตโนมัติ การตอบสนองจึงแตกต่างไปอย่างมาก ทั้งๆที่เป็นเกียร์อัตโนมัติแบบ 5 สปีดด้วย
สำหรับความเร็วสูงสุดที่ขับคือ 140 กม./ชม. แบบพลังกำลังยังเหลือวิ่งไปได้เร็วกว่านี้อีกแน่นอน แต่ติดตรงเกรงใจรถนำขบวนของทีมงาน เสียงลมเร่งดังรบกวนที่ความเร็วราว 120 กม./ชม.ขึ้นไป ส่วนการบังคับควบคุมพวงมาลัยตอบสนองสไตล์รถปิกอัพมีระยะฟรีเล็กน้อย ไม่คมเหมือนรถเก๋ง
เมื่อ มาถึงจุดพักที่ 3 ก็เปลี่ยนมานั่งด้านหลัง พบว่า นั่งสบายสำหรับคนไซส์Mอย่างผู้เขียน แม้อาจจะน้อยกว่าเบาะหน้า แต่ดีกว่ารถปิกอัพ 4 ประตูของคู่แข่งหลายๆ ค่าย โดยมีช่องว่างที่ขาเหลืออยู่พอสมควร เบาะนั่งไม่ตั้งตรงจนเกินไป แตกต่างกับคนตัวใหญ่หลายท่านที่จะบ่นว่า นั่งไม่สบายสำหรับเบาะหลังของนาวารานี้ |
|
การนั่งตลอดการเดินทางหนนี้จัดว่า สบายๆ(ไม่นับช่วงแรกที่ลมยางแข็งเกิน) ต้องขอบคุณ ระบบช่วงล่างและระบบกันสะเทือนหน้าที่เป็น แบบอิสระ ปีกนกคู่สองชั้น พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง และระบบกันสะเทือนหลังแบบแหนบซ้อนพร้อมโช้คอัพไขว้ ที่วางไว้ใต้เพลาขับหลัง
อีกสิ่งที่จะลืมเอ่ยถึงมิได้คือ รูปลักษณ์ภายนอกของนิสสันนาวารา คาลิเบอร์ 4 ประตู เกียร์อัตโนมัตินี้ ได้ถูกปรับเปลี่ยนเพื่อให้ดูแตกต่างจากรุ่นมาตรฐาน โดยเน้นโครงสร้างภายนอกสไตล์รถกระบะออฟโรด ด้วยซุ้มล้อใหญ่เช่นเดียวกับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมบันไดข้าง ล้ออัลลอยด์สไตล์ออฟโรดขนาด 16 นิ้ว กระจกมองข้างโครเมี่ยมขนาดใหญ่ ปรับด้วยไฟฟ้าจากภายใน
ขณะ ที่ภายในห้องโดยสาร นอกจากความสบายดังที่กล่าวไป นาวารายังเสริมความบันเทิงด้วย วิทยุแบบ 2 DIN ซีดี 6 แผ่น 6 ลำโพง เล่น MP3 ได้ และสิ่งที่เปลี่ยนไปอีกประการคือ กระจกมองหลังเป็นแบบปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ และไม่มีเข็มทิศแล้ว เนื่องจากการทำวิจัยหลังการขาย นิสสันพบว่า ลูกค้าชอบแต่ไมได้ใช้งานจริง จึงตัดออฟชั่นนี้ออกไป
|
|
สรุป นาวารา คาลิเบอร์ 4 ประตู เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด เหมาะกับคนที่อยากเท่ แบบรถออฟโรด แต่ยังรักความสบายในการขับและการใช้งาน ด้วยค่าตัว 789,000 บาท ในรุ่น LE ส่วนสีพิเศษขาวมุกจะเพิ่มเงินอีก 7,000 บาท และรุ่นตกแต่งพิเศษ (มีเฉพาะสีขาวมุกเท่านั้น) ราคา 801,000 บาท นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ |