<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แต่งรถดอทคอม นิตยสารรถยนต์ออนไลน์ ที่มีคนอ่านมากที่สุด &#187; Test Drive BY J!MMY</title>
	<atom:link href="http://www.tangrod.com/category/test-drive-by-jmmy/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.tangrod.com</link>
	<description>แต่งรถ รถแต่ง</description>
	<lastBuildDate>Thu, 10 Nov 2011 12:21:25 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>LEXUS IS 250 Minorchange : ซีรีส์ 3 เอ๋ย ระวังตัวได้แล้วละ By:J!MMY</title>
		<link>http://www.tangrod.com/test-drive-by-jmmy/lexus-is-250-minorchange-%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b9%8c-3-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%8b%e0%b8%a2-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.tangrod.com/test-drive-by-jmmy/lexus-is-250-minorchange-%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b9%8c-3-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%8b%e0%b8%a2-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 20 Nov 2008 11:58:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Test Drive BY J!MMY]]></category>
		<category><![CDATA[J!MMY]]></category>
		<category><![CDATA[Lexus]]></category>
		<category><![CDATA[LEXUS IS 250]]></category>
		<category><![CDATA[LEXUS IS 250 Minorchange]]></category>
		<category><![CDATA[Minorchange]]></category>
		<category><![CDATA[เล็กซัส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tangrod.com/?p=1364</guid>
		<description><![CDATA[1 ปีเศษแล้ว ที่ผมได้มีโอกาสลองขับ น้องเล็กสุดท้องของตระกูล เล็กซัส
แต่ ก็ไม่คาดคิดว่า ปีนี้ จะได้กลับมาขับรถรุ่นนี้อีกครั้ง By:J!MMY]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h4><img class="alignnone size-medium wp-image-1365" title="lexus-is-250-11" src="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-11-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></h4>
<h4><span id="ctl00_ContentPlaceHolderBodyContent_dgBody_ctl03_CONTENT_DATALabel"> 1 ปีเศษแล้ว ที่ผมได้มีโอกาสลองขับ น้องเล็กสุดท้องของตระกูล เล็กซัส<br />
แต่ ก็ไม่คาดคิดว่า ปีนี้ จะได้กลับมาขับรถรุ่นนี้อีกครั้ง</span></h4>
<h4>แถมยังฉับไวไล่หลังการเปิดตัว เพียงไม่กี่สัปดาห์ด้วยซ้ำ</h4>
<h4>เรื่องราวมันต่อเนื่องมาจาก รีวิว ของพี่ชายร่างยักษ์<br />
LEXUS LS 460 L คันละ 11 ล้านกว่า เหยียบ 12 ล้านบาท<br />
ด้วยเหตุที่ คุณผู้อ่าน ช่วยกันอุดหนุน จนอุ่นหนาฝาคั่ง<br />
คลิกเข้ามาอ่านมาดูมาเซฟรูปไปฟอร์เวิร์ดเมล์กันต่อ<br />
เยอะมาก 14,000 กว่าราย</h4>
<h4>เกินกว่าที่คาดคิดไว้ สำหรับรถใหญ่ที่ไกลเกินจะเอื้อมถึง</h4>
<h4><a href="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-21.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1366" title="lexus-is-250-21" src="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-21-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></h4>
<h4><span id="ctl00_ContentPlaceHolderBodyContent_dgBody_ctl04_CONTENT_DATALabel"> ใครบางคนที่คุ้นเคย ในบริษัทรถยนต์แห่งหนึ่ง ที่ไม่ใช่โตโยต้า นั้น<br />
ตั้งข้อสังเกตให้ผมฟังเล่นๆ เมื่อราวๆ กันยายนที่ผ่านมา<br />
ในวันที่ผมอ่อนล้าหัวใจ จนแทบจะหมดแรงว่า<br />
เมื่อบทความ รีวิว BMW 320d ที่ผมทำนั้น<br />
อัพโหลดขึ้นโพสต์ใน Caronline.net แห่งนี้<br />
ในเดือนต่อมา ยอดขายของ 320d<br />
มันพุ่งขึ้นมาจนผิดจากที่เจ้าตัวเขาสังเกต</span></h4>
<h4>และเขาบอกว่า ส่วนหนึ่ง มันเป็นเพราะ รีวิวที่ผมทำ&#8230;.</h4>
<h4>ผมไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่ารีวิวที่ผมทำจะมีผลกับยอดขายของรถรุ่นใดรุ่นหนึ่งมากขนาดนั้น<br />
แม้หลายคนที่เคยพบปะหน้ากันกับผม จะเคยเข้ามาทักทาย แล้วบอกว่า ซื้อรถรุ่นนั้นรุ่นนี้<br />
เพราะรีวิวของผม</h4>
<h4>แต่ เรียนตามตรงว่า ผมไม่ค่อยอยากเชื่อ เพราะท้ายที่สุด<br />
การตัดสินใจของใครสักคนที่จะซื้อรถสักคัน<br />
มันควรจะไปจบลงตรงที่ว่า ได้ทดลองขับแล้ว ชอบใจ<br />
เห็นแจ้งกระจ่างจริงกับตน จึงค่อยเซ็นเอกสารสั่งซื้อ สั่งจอง</h4>
<h4>รีวิวที่ผมทำ มันควรจะทำหน้าที่แค่ ข้อมูลเบื้องต้น เชิงลึก<br />
ในการพิจารณา ไม่ใช่เหตุผลหลักในการตัดสินใจซื้อของคุณ</h4>
<h4>ถึงผมจะไม่ค่อยอยากเชื่อ<br />
แต่ผมก็ไม่รู้ว่า พี่แข พี่สาวร่างใหญ่ผู้มีความไม่ธรรมดา แห่งฝ่ายพีอาร์ ของโตโยต้า<br />
จะเชื่อ เหมือนเช่นที่ ใครบางคน คนหนึ่งข้างบนนั้น จะตั้งข้อสังเกตเอาไว้<br />
ในฐานะเพื่อนฝูงกัน หรือไม่</h4>
<h4>แต่ด้วยเหตุที่ ตอนนี้ โตโยต้า กำลังอยู่ในระหว่าง<br />
โปรโมท IS 250 ไมเนอร์เชนจ์ ที่เพิ่งปรับโฉมในไทย<br />
ตามติดตลาดโลกกันกระชั้นชิด</h4>
<h4>พี่แข ก็เลยใจดี หยิบกุญแจ IS 250 ไมเนอร์เชนจ์ ส่งมาให้ลองกันอีกครั้งอย่างง่ายดาย</h4>
<h4>ซึ่ง สารภาพตามตรงว่า ผมไม่คาดคิดมาก่อน ว่าจะได้ขับรถรุ่นนี้ อีกครั้ง<br />
ตอนที่ติดต่อขอยืม LS 460L ไป ก็มิได้นึกถึง IS 250 ใหม่นี้เอาไว้เลย<br />
และคิดว่า คราวก่อน ก็เคยลองขับไปแล้ว คงไม่ต้องทำอะไรอีก</h4>
<h4>แต่เมื่อมาคิดดูอีกที ในเมื่อคราวที่แล้ว รุ่นดั้งเดิมของ IS 250 คันที่ผมได้รับมาลองนั้น<br />
สภาพของมัน ผ่านมือมาค่อนข้างหลากหลาย คล้ายกับน้องนางในตู้กระจก</h4>
<h4>ดังนั้น ถ้าจะลองกันอีกครั้ง ในสภาพของรถรุ่นใหม่ คันใหม่ สดใหม่กว่าเดิม<br />
แถมยังเพิ่มอุปกรณ์ต่างๆเข้ามาอีกเล็กน้อย</h4>
<h4>มันก็ดูน่าจะยุติธรรมกว่า</h4>
<h4><a href="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-31.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1367" title="lexus-is-250-31" src="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-31-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></h4>
<h4><span id="ctl00_ContentPlaceHolderBodyContent_dgBody_ctl05_CONTENT_DATALabel"> ที่สำคัญ คราวที่แล้ว ลองได้สั้นๆ 3 วันก็ต้องคืน<br />
แต่คราวนี้ ยืมกันยาวต่อเนื่องได้แถมเพิ่มอีก 1 วัน<br />
เรียนรู้จักกันได้มากขึ้น</span></h4>
<h4>ว่าการที่ ราคา ของ IS 250 ใหม่ แพงขึ้นจากเดิม<br />
- Luxury Package 3,050,000 บาท<br />
- Premium Package 3,450,000 บาท<br />
- Premium Package พร้อมหลังคาซันรูฟ 3,550,000 บาท</h4>
<h4>ซึ่งงานนี้ โตโยต้า ก็เพิ่มการรับประกันคุณภาพตัวรถ 4 ปี แถมยังไม่จำกัดระยะทางอีกด้วย<br />
โดยไม่ต้องไปซื้อ โปรแกรมการบำรุงดูแลรักษาอะไรให้วุ่นวาย</h4>
<h4>มันเป็นเพราะอะไร</h4>
<h4>เพราะเมื่อเห็นใบราคาแล้ว ผมได้แต่นึกในใจ&#8230;</h4>
<h4>ชักอยากรู้ขึ้นมาเล่นๆเสียแล้วว่า ใครเป็นคนทำราคารถรุ่นนี้</h4>
<h4>ตามด้วยคำถามที่ว่า แล้วรถรุ่นใหม่ มันมีอะไรให้ต้องขึ้นราคากันอย่างนี้บ้าง</h4>
<h4>และนั่นคือที่มา ของรีวิว ครั้งนี้<br />
<a href="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-41.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1368" title="lexus-is-250-41" src="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-41-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></h4>
<h4><span id="ctl00_ContentPlaceHolderBodyContent_dgBody_ctl06_CONTENT_DATALabel"> บอกไว้ก่อนกันเก้อว่า<br />
ใครอยากจะอ่านรีวิวรุ่นไมเนอร์เชนจ์ให้เต็มอิ่มนั้น<br />
เห็นทีจะเข้าเป้าประสงค์ เพียงแค่ระดับหนึ่ง<br />
เพราะเมื่อย้อนกลับไปดูรีวิวเก่า ของ IS 250 ที่เคยทำไว้<br />
เมื่อปีที่แล้ว ใน ( <a href="http://www.caronline.net/ArticleDetail.aspx?ArticleID=109" target="_blank">http://www.caronline.net/ArticleDetail.aspx?ArticleID=109</a> )<br />
ก็พบว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเขียนเอาไว้ ยังคงอ้างอิงใช้ได้เหมือนเดิม<br />
บุคลิกหลักของรถ ก็ยังคงเหมือนเดิม<br />
ยกเว้น ในบางประเด็น ที่มันเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งก็ไม่เยอะนัก</span></h4>
<h4>ดังนั้น ผมจึงอยากพุ่งประเด็นไปที่ว่า<br />
สิ่งที่เคยเขียนคอมเมนท์เอาไว้ ในรถรุ่นเดิมคันนั้น<br />
มาวันนี้ รุ่นปรับโฉมใหม่ มันแตกต่างไปจากเดิมหรือไม่ และอย่างไร มากกว่า</h4>
<h4>เชิญทุกท่าน รจนา&#8230;เอ้ย ทัศนา</h4>
<h4><a href="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-51.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1369" title="lexus-is-250-51" src="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-51-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></h4>
<h4><span id="ctl00_ContentPlaceHolderBodyContent_dgBody_ctl07_CONTENT_DATALabel"> คราวนี้ ไม่ต้องอารัมภบทกันให้เวิ่นเว้อวุ่นวาย<br />
เพราะนับตั้งแต่ IS 250 เจเนอเรชัน 2 เปิดตัวในตลาดโลก เมื่อเดือนสิงหาคม 2005<br />
และเข้ามาเปิดตัวในเมืองไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2006<br />
เราก็ได้เห็นสปอร์ตซีดาน ขับเคลื่อนล้อหลังรุ่นนี้<br />
บนท้องถนนเมืองไทยมากขึ้นอย่าง หนาหูหนาตา กว่าในอดีตที่เคยเป็น</span></h4>
<h4>ลูกค้ากลุ่มอายุ 25-35 ปี ทื่มีฐานะการเงินดี และมีรสนิยมไปในแนวหรู<br />
แต่รู้สึกว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาสรุ่นเก่า ก็ยังดูหรูไม่พอ<br />
ขณะที่ BMW ซีรีส์ 3 ก็สปอร์ต ขับแล้วแข็งกระด้างไปสักหน่อย<br />
พากันเทใจให้ IS 250 มากขึ้น</h4>
<h4>จนปริมาณของรถบนถนนในกรุงเทพฯ นั้น<br />
เริ่มใกล้เคียงกับคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง BMW ซีรีส์ 3 E90 เข้าไปทุกที</h4>
<h4>แต่แล้ว เมื่อถึงเวลาที่ เวอร์ชันตลาดโลก ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์พร้อมกั<br />
เมื่อเดือนสิงหาคม &#8211; กันยายน 2008 ที่ผ่านมา</h4>
<h4><span id="more-1364"></span></h4>
<h4><a href="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-6.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1374" title="lexus-is-250-6" src="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-6-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></h4>
<h4><span id="ctl00_ContentPlaceHolderBodyContent_dgBody_ctl03_CONTENT_DATALabel"> ถ้าถามว่า มีอะไรที่แตกต่างจากรุ่นเดิมบ้าง<br />
หากดูจากภายนอกเผินๆ สำหรับคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องรถแล้ว<br />
พวกเขาจะแยกความแตกต่างไม่ออกเลย</p>
<p>ผมเองก็ยังต้องเพ่งอยู่พักใหญ่ ถึงจะรู้ว่า<br />
มีกระจังหน้า ดีไซน์ครึ่งท่อนล่างใหม่<br />
เปลือกกันชนหน้า ออกแบบให้สอดรับกัน<br />
โดยยึดแนวเส้นสายคล้ายของเดิมที่ดุดันอยู่แล้ว</p>
<p>เฉพาะรุ่น Premium Package<br />
ชุดไฟหน้า แบบ HID มาพ้อมระบบปรับเปลี่ยนมุมองศาจานฉายอัตโนมัติ<br />
ตามการเข้าโค้ง AFS (Adaptive Front Lightningt System)<br />
พร้อม ที่ฉีดน้ำล้างชุดไฟหน้า ด้วยสวิชต์ ที่แผงหน้าปัด<br />
และระบบปรับไฟหน้า สูง-ต่ำอัตโนมัติ Auto Leveling มาให้</p>
<p>ส่วนรุ่น Luxury มีแค่ระบบปรับไฟหน้าด้วยสวิชต์ธรรมดาทดแทนไป</p>
<p></span></h4>
<h4><a href="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-7.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1375" title="lexus-is-250-7" src="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-7-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></h4>
<h4><span id="ctl00_ContentPlaceHolderBodyContent_dgBody_ctl04_CONTENT_DATALabel"> ส่วนบั้นท้ายนั้น ถ้าไม่เห็นชุดไฟท้ายลายใหม่ มีไฟถอยหลัง<br />
ที่ชวนให้นึกถึง สัญลักษณ์ของ เครื่องกีฬายี่ห้อ NIKE เป็นอันมาก</span></h4>
<h4>ไฟท้ายนั้น ในแค็ตตาล็อกระบุว่า เป็นแบบ LED<br />
แต่ ผมก็เพ่งแล้วเพ่งอีก ด้วยความไม่แน่ใจว่า มันใช่แน่เหรอ?</h4>
<h4>นอกนั้น ถ้าไม่สังเกตจริงๆ ก็แทบจะดูไม่รู้เลยว่า เป็นการปรับโฉมแบบไมเนอร์เชนจ์ (แล้วนะ)</h4>
<h4>สีตัวถังมีให้เลือกมากถึง 6 สี<br />
ได้แก่ Silver Mica Metallic / Dark Grey Mica /<br />
Bluish Pearl Crystal Shine / White Pearl Crystal Shine /<br />
Black และสีใหม่ Blonde Mica Metallic</h4>
<h4>รายละเอียดหลักๆ ดูเผินๆ ทุกอย่างก็แทบเรียกได้ว่าเหมือนเดิม</h4>
<h4><a href="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-8.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1376" title="lexus-is-250-8" src="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-8-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></h4>
<h4><span id="ctl00_ContentPlaceHolderBodyContent_dgBody_ctl05_CONTENT_DATALabel"> ไล่กันตั้งแต่กุญแจรีโมทคอนโทรล แบบ KEYLESS ENTRY<br />
ซึ่งยังคงมีสารรูป เหมือนรีโมทระบบกันขโมยแบบย้อนไปสักเมื่อ 6 ปีที่แล้ว<br />
ไม่มีผิด </span></h4>
<h4><a href="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-9.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1377" title="lexus-is-250-9" src="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-9-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></h4>
<h4><span id="ctl00_ContentPlaceHolderBodyContent_dgBody_ctl06_CONTENT_DATALabel"> แค่เอาชุดกุญแจรีคโมท เข้าใกล้ประตู<br />
ระบบไฟส่องสว่างใต้กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวแบบ LED ในตัว<br />
จะติดสว่างขึ้นเอง เพื่อส่องพื้นรอบๆตัว ในยามค่ำคืน</span></h4>
<h4><a href="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-10.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1378" title="lexus-is-250-10" src="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-10-257x300.jpg" alt="" width="257" height="300" /></a></h4>
<h4><span id="ctl00_ContentPlaceHolderBodyContent_dgBody_ctl07_CONTENT_DATALabel"> เปิดประตูเข้ามา ก็เจอบรรยากาศที่คุ้นเคย</span></h4>
<h4>ภายในตกแต่งด้วยวัสดุชั้นดี ใช้ลายอะลูมีเนียม ตัดสลับกับ ลายไม้เมเปิล ตามจุดต่างๆ<br />
มี 2 สี คือ สีน้ำตาล และสีเทาเข้ม ที่เห็นอยู่นี้ มีเฉพาะรุ่น Premium Package<br />
ดีที่เปลี่ยนจากลายไม้แบบเดิม ซึ่งดูแก่หง่อม เพราะสีเข้มเกินไป</h4>
<h4>ย้อนไปก่อนหน้านั้น 3 วัน<br />
คืนวันพุธที่ 12 พฤศจิกายน รายการทีวี Dara Party ของ RS<br />
กำลังออกอากาศ ที่ช่อง 3 น่าจะจำไม่ผิด ผมไม่ค่อยสนใจรายการประเภทนี้เท่าไหร่<br />
แต่ในเมื่อ ทีวี เปิดทิ้งไว้ หูอันซุกซนก็เลยฟังไปเรื่อยๆ ทำงานไปเรื่อยๆ ไม่ได้ดู</h4>
<h4>จู่ๆ มี Celebrity คนหนึ่ง เห็นว่าชื่อคุณเก๋ รุ่งนภา<br />
นามสกุลอะไร ผมไม่อาจจำได้ถนัด เพราะว่า ยาว</h4>
<h4>เธอบอกว่า เธอได้ชมรถคันนี้ ในงานเปิดตัวแล้ว<br />
ชอบเลย ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง มาก</h4>
<h4>คนที่นั่ง &#8220;ฟัง&#8221; ทีวีทางบ้านอย่างผม<br />
อยากจะลุกจากเก้าอี้ทำงาน<br />
เดินไปแหวกจอทีวีที่บ้าน เข้าไปบอก She ว่า</h4>
<h4>มันกว้างตรงหนายยยยยย<br />
ไม่เห็นจะกว้างเล้ยยยยยยยย</h4>
<h4>สู้ LS 460 L ก็ไม่ได้ ชิส์!</h4>
<h4><a href="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-111.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1381" title="lexus-is-250-111" src="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-111-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a></h4>
<h4><span id="ctl00_ContentPlaceHolderBodyContent_dgBody_ctl03_CONTENT_DATALabel"> เบาะนั่งคู่หน้า นั่งสบาย<br />
ทั้งคู่ ปรับระดับสูงต่ำ เลื่อนขึ้นหน้า-ถอยหลัง ปรับพนักพิงเอนลงได้<br />
แถมยังมีระบบดันหลังมาให้ ทั้งหมดนี้ ใช้งานด้วยสวิชต์ไฟฟ้า<br />
พร้อมระบบจำตำแหน่งเบาะ 3 ตำแหน่ง ซึ่งจะจำตำแหน่งพวงมาลัย<br />
ที่ปรับระดับสูงต่ำได้ และปรับระยะใกล้-ไกล เข้าหาตัวผู้ขับได้ด้วยสวิชต์ไฟฟ้า<br />
หน้าตาเหมือนที่พบใน LS 460 L นั่นละ<br />
แถมยังมีระบบพัดลมทำความเย็นใต้เบาะ และฮีตเตอร์ในตัว<br />
สวิชต์ควบคุมอยู่เหนือคันเกียร์ขึ้นไปนั่นละครับ</p>
<p>นั่งสบาย และมีตำแหน่งเบาะในระดับต่ำสุด สูงกว่า ตำแหน่งต่ำสุดของเบาะนั่ง BMW ซีรีส์ 3 เล็กน้อย</p>
<p>พื้นที่เหนือศีรษะ แน่นอน มีเหลือ แต่อาจดูเหมือนไม่มากนัก</p>
<p></span></h4>
<p><a href="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-12.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1382" title="lexus-is-250-12" src="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-12-246x300.jpg" alt="" width="246" height="300" /></a></p>
<p><span id="ctl00_ContentPlaceHolderBodyContent_dgBody_ctl04_CONTENT_DATALabel"> ทางเข้า-ออกประตู คู่หลัง<br />
ก็ยังคงเข้าออกได้ ไม่ต่างอะไรกับทั้ง BMW ซีรีส์ 3 และ มาสด้า 3<br />
คือ พอเข้าออกได้ แต่ก็หาใช่จะกว้างสบาย ชนิดเอาคนร่างอ้วนขึ้นไปนั่งได้<br />
ในจังหวะเดียวแต่อย่างใด</span></p>
<p><a href="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-13.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1383" title="lexus-is-250-13" src="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-13-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a></p>
<p><span id="ctl00_ContentPlaceHolderBodyContent_dgBody_ctl05_CONTENT_DATALabel"> อย่างที่เคยบอกไว้<br />
พื้นที่เบาะนั่งด้านหลังนั้น<br />
มันก็พอกันกับ รถยนต์ พรีเมียมคอมแพกต์ทั่วๆไป ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง<br />
คือ พอนั่งได้ มีพื้นที่ที่รับได้ แต่จะให้นั่งสบาย หรือมีเบาะหลังนั่งได้เต็มก้น<br />
ก็คงจะต้องทำใจกันเอาไว้ก่อน เ็ป็นเช่นนี้ ทั้ง IS250 ซีรีส์ 3</span></p>
<p>และรวมเลยเถิดไปถึงรถขับเคลื่อนล้อหน้า หรือ สี่ล้อ อย่าง เอาดี้ A4<br />
ตัวเก่านั่นก็ด้วย</p>
<p>แต่อย่างไรก็ตาม เบาะนั่งด้านหลัง แม้จะโดนซุ้มล้อคู่หลัง<br />
เบียดเข้ามาบ้าง เหมือนกับ ซีรีส์ 3<br />
แต่ด้วยการเลือกใช้หนังชั้นดี การออกแบบที่เน้นความสบายมากขึ้น<br />
ทำให้เบาะนั่งด้านหลังของ IS250 นั่งสบายกว่า ซีรีส์ 3 E90 นิดหน่อย<br />
นั่นรวมถึงพื้นที่วางขา ที่มีมาให้พอๆกัน</p>
<p><a href="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-14.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1384" title="lexus-is-250-14" src="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-14-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p><span id="ctl00_ContentPlaceHolderBodyContent_dgBody_ctl06_CONTENT_DATALabel"> พนักพิงตรงกลาง ดึงลงมา เป็นที่วางแขน ที่วางแก้วน้ำ 2 ตำแหน่ง ซ่อนไว้<br />
พร้อมฝาปิดช่องเก็บของขนาดเล็ก<br />
อีกทั้งยังสามารถเปิดทะลุไปยังห้องเก็บสัมภาระด้านหลังได้</span></p>
<p>มีช่องแอร์ สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และที่เขี่ยบุหรี่มาให้</p>
<p><a href="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-15.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1385" title="lexus-is-250-15" src="http://www.tangrod.com/wp-content/uploads/2008/11/lexus-is-250-15-297x300.jpg" alt="" width="297" height="300" /></a></p>
<p><span id="ctl00_ContentPlaceHolderBodyContent_dgBody_ctl07_CONTENT_DATALabel"> ห้องเก็บสัมภาระด้านหลัง<br />
มีขนาดใหญ่พอสมควร</span></p>
<p><span id="ctl00_ContentPlaceHolderBodyContent_dgBody_ctl07_CONTENT_DATALabel"> แต่เสียดาย ไม่มีโอกาสลงไปนอนวัดดูว่า มันกว้างขวางและลึกพอหรือไม่</span></p>
<p><a href="http://www.caronline.net/ArticleDetail.aspx?ArticleID=259&amp;dshow=all#head">อ่านบทความทั้งหดต่อได้ที่นี่เลยครับ</a></p>
<img src="http://www.tangrod.com/?ak_action=api_record_view&id=1364&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tangrod.com/test-drive-by-jmmy/lexus-is-250-minorchange-%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b9%8c-3-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%8b%e0%b8%a2-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

