VTEC แบบขับหลังด้วย HONDA S2000
หลาย คนคงรู้กันดีว่า กระแสตอบรับจากผู้ที่คลั่งไคล้และหลงใหลรถ HONDA ในปัจจุบันนี้มีเพิ่มมากขึ้นพอสมควร สังเกตได้จากการเปิดตัวรถรุ่นใหม่อย่าง FIT ที่หลายคนให้ความสนใจกันมาก เพียงช่วงเวลาไม่ถึงเดือนก็มีผู้นำรถรุ่นนี้มาตกแต่งได้สวยงามไม่แพ้ใน ประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีบางกลุ่มที่หลงใหลในเสน่ห์ของเครื่องยนต์แบบ VTEC ซึ่งเป็นเครื่องยนต์แบบ NA (ไม่มีระบบอัดอากาศ) แต่ก็สามารถแรงได้ไม่แพ้เครื่อง TURBO ทำให้รถจากค่าย HONDA มักมีผู้นิยมใช้กันพอสมควร
นอกจากรถประเภทซีดานที่ทางบริษัท HONDA เน้นการทำตลาดอยู่นั้น ทาง HONDA เอง ก็ยังผลิตรถสปอร์ตมาเอาใจกลุ่มที่นิยมใช้รถประเภทนี้เช่นกัน โดยประกอบไปด้วยรุ่น NSX หรือรุ่นใหม่แบบ ROADSTER อย่าง S2000 ที่ทั้งคู่ยังถูกบรรจุเครื่องยนต์ที่เน้นเทคโนโลยีความแรงด้วยระบบ VTEC ในคอลัมน์ STYLE UP ของเราเล่มนี้ จึงได้จับเจ้ารถ ROADSTER อย่างรุ่น S2000 รุ่นปี 2000 มาให้ดูกันสักหน่อย ว่ารุ่นนี้มีอะไรบ้างที่น่าสนใจ นอกจากเครื่องยนต์ในรูปแบบ VTEC
![]() |
![]() |
ภายนอกดีไซน์โฉบเฉี่ยวตามแบบ ROADSTER
HONDA รุ่น S2000 นี้ถือได้ว่าเป็นรถรุ่นหนึ่งที่ได้ออกแบบมาให้เป็นรถประเภทที่ขับได้สนุก ดังนั้นในเรื่องรูปทรงต่างๆ จึงถูกดีไซน์อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นขนาดมิติของตัวรถที่มีความกะทัดรัด รวมไปถึงระบบขับเคลื่อนที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสม โดยการใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง
สำหรับ S2000 ที่เราได้นำเสนอในคอลัมน์นี้ ถ้าหากเป็นแบบเดิมๆละก็ คงจะดูไม่โดดเด่นสักเท่าไหร่ แต่คันที่เรานำมาเสนอแก่ท่านผู้อ่านนี้ค่อนข้างที่จะดูโดดเด่นด้วยชุดแต่ง ที่ได้ติดตั้งใหม่ เพื่อให้รถดูโหดยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในด้านหน้าที่ได้ติดตั้งสเกิร์ตหน้าของ Back Yard เข้าไป ทำให้ดูเด่นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีส่วนสำคัญที่เจ้าของรถได้ทำการเปลี่ยนแปลง นั่นคือ หลังคาที่ถูกเปลี่ยนไปใช้หลังคาแข็งแบบคาร์บอนเคฟลาร์ของ MUGEN ที่นอกจากจะได้ข้อดีในเรื่องของน้ำหนักที่มีความเบาแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือความสวยงามของหลังคาที่ตัดกับตัวรถสีขาว ยิ่งทำให้เป็นที่สะดุดตามากขึ้น
![]() |
![]() |
![]() |
|
ชุดท่อไอเสียจาก MUGEN เช่นกัน
|
ชุดท่อไอเสียจาก MUGEN เช่นกัน
|
เพิ่มความมั่นใจด้วยโช้คอัพพร้อมสปริงของ ARAGOSTA
|
แรงแบบ STANDARD กับเครื่องยนต์ VTEC
ทาง ด้านเครื่องยนต์ของ HONDA S2000 นั้น ได้ถูกออกแบบมาสำหรับการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ ถึงแม้เครื่องยนต์จะมีความจุกระบอกสูบเพียง 2,000 C.C. แบบไม่มีระบบอัดอากาศ ซึ่งเมื่อเทียบกับรถจากค่ายอื่นที่มีระบบอัดอากาศแล้วละก็ ความสนุกของการดึงแบบหลังติดเบาะอาจจะเป็นรองอยู่นิดหน่อย แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะทาง HONDA ได้นำระบบ VTEC เข้ามาใช้ ทำให้แรงม้าที่ได้ก็ค่อนข้างสูงทีเดียว เมื่อเทียบกับความจุของเครื่องยนต์แล้ว เราลองมาดูกันดีกว่าครับ ว่าสเป็กเครื่องยนต์ในรหัส F20C DOHC VTEC นี้เป็นอย่างไรบ้าง
ความจุกระบอกสูบ 1,997 C.C.
แรงม้าสูงสุด 250 PS/8,300 rpm
แรงบิสูงสุด 22.2 kg-m/7,500 rpm
ระบบส่งกำลัง 6 Speed Manual
หลัง จากที่ได้ทราบสเป็กคร่าวๆกันไปแล้ว เรามาดูกันดีกว่าว่า S2000 คันนี้ได้ปรับปรุงอะไรเกี่ยวกับเครื่องยนต์บ้าง เดิมทีถ้าดูจากสเป็กเครื่องยนต์แล้ว จะเห็นว่าพื้นฐานของเครื่องยนต์กับแรงม้าที่ได้รับนั้น ค่อนข้างจะดีทีเดียว ทำให้เจ้าของรถเริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนแปลงชิ้นส่วนต่าง ๆ ภายนอก รอบ ๆ เครื่องยนต์ ประกอบไปด้วยระบบระบายไอเสียที่ทำการปรับปรุงด้วยการนำชุดคิตของ MUGEN มาใช้ เริ่มตั้งแต่ในส่วนของท่อเฮดเดอร์ รวมไปถึงตัวท่อไอเสียที่ใช้ขนาด 2.5 นิ้ว ไล่ไปจนถึงหม้อพักใบหลังที่เป็นแบบ TITANIUM
นอกจากนี้ก็ได้ ปรับปรุงทางด้านระบบดูดอากาศนิดหน่อย โดยการนำชุดกรองอากาศของ MUGEN ซึ่งมีจุดเด่นที่ตัวกรองจะมีชุดครอบ ทำให้สามารถรับเอาอากาศเย็นจากภายนอก โดยกรองชุดนี้ยังเน้นในเรื่องของความสวยงามและทนทาน ด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ส่วนอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ควบคุมและสั่งการเครื่องยนต์อย่างกล่อง ECU ก็ได้นำของ MUGEN มาใช้เช่นกัน
จากการปรับปรุงอุปกรณ์ต่างๆ ภายนอกเครื่องยนต์นี้ก็น่าจะทำให้เครื่อง F20C DOHC VTEC ใน S2000 นี้ ขับได้สนุกมากยิ่งขึ้น เพราะสมรรถนะที่ได้รับไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของระบบระบายไอเสีย ระบบดูดอากาศ หรือระบบประมวลผลอย่างกล่อง ECU คงทำให้เครื่องตัวนี้แสดงพลังออกมาได้อย่างเต็มที่
ส่วนระบบส่งกำลังนั้น เพื่อให้มั่นใจกับสมรรถนะที่ได้รับจากเครื่องยนต์ว่าสามารถถ่ายทอดลงพื้น อย่างสมบูรณ์ ทางเจ้าของรถจึงไม่ลืมที่จะทำการปรับปรุงเพื่อให้สัมพันธ์กับเครื่องยนต์ ด้วยการเปลี่ยนไปใช้หวีคลัตช์ และผ้าคลัตช์จาก MUGEN เพื่อเพิ่มเติมในเรื่องของประสิทธิภาพในการทำงาน ส่วนในเรื่องของตัวเกียร์นั้นไม่ได้ปรับปรุงเพิ่มเติม เพราะของเดิมที่มีมาให้นั้นเป็นเกียร์ 6 สปีด อยู่แล้ว ทำให้มีจุดเด่นๆในเรื่องของอัตราทดเกียร์ที่ต่อเนื่อง แต่ทางเจ้าของรถได้ทำการเปลี่ยนด้ามเกียร์ใหม่เป็นแบบควิกชิฟต์ของ C?S เพื่อช่วยให้การเข้าเกียร์สามารถทำได้รวดเร็วขึ้น
ช่วงล่างตอบสนองความแรง
![]() ![]() |
![]() |
ระบบช่วงล่างเพื่อความเหมาะสมกับความเป็นรถ ROADSTER ทางเจ้าของจึงได้ปรับปรุงเพื่อให้เหมาะสมกับความแรงของเครื่องยนต์ รวมถึงความปลอดภัย โดยเน้นกันตั้งแต่ระบบเบรกที่ได้เปลี่ยนเบรกหน้าไปใช้ชุดเบรกของ AEM ส่วนในด้านหลังได้เปลี่ยนจานดิสก์เบรกใหม่จาก SPOON
ส่วนโช้คอัพได้นำของ ARAGOSTA ที่เป็นชุดสตรัทปรับเกลียว เปลี่ยนเข้าไปใหม่ทั้งในด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเกาะถนนที่ดีขึ้น เพียงเท่านั้นยังไม่พอ การออกแบบของรถยังได้ติดตั้งอุปกรณ์ค้ำโช้คเข้าไว้ด้วย ซึ่งในด้านหน้าจะถูกเปลี่ยนไปใช้ของ ARC แต่ในด้านหลังยังคงใช้ค้ำโช้คของเดิมอยู่ เพราะรถในรูปแบบ PERFORMANCE ระดับนี้ การขับขี่อาจจะรุนแรงกว่าธรรมดาทำให้เกิดปัญหาเรื่องการบิดตัวของตัวถังใน ขณะใช้งานได้
ในเรื่องของล้อนั้น นอกจากเพื่อความสวยงามที่ได้รับกลับมาแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับการตอบสนองที่สัมพันธ์กับสมรรถนะของเครื่อง ยนต์ด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้ ทางเจ้าของรถจึงได้เปลี่ยนไปใช้ล้อจาก PRODRIVE ขอบ 18 นิ้ว ทั้ง 4 ล้อ แต่ในด้านหน้าจะใช้ขนาดกว้าง 7.5 นิ้ว กับยางขนาด 225/40 ส่วนในด้านหลังจะใช้ล้อที่มีขนาดกว้าง 8.5 นิ้ว กับยางขนาด 245/40
![]() |
![]() |
ภายในของเดิมเน้นดีไซน์ล้ำสมัย
ภาย ในของ S2000 นั้น ถือว่ามีการดีไซน์ที่ลงตัวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบที่เน้นโทนสีที่ดูแล้วร้อนแรงอย่างสีแดง ซึ่งจะประกอบไปด้วยพรมและคอนโซลกลาง แต่เพื่อลดความร้อนแรงบางส่วนลง ก็จะมีการเบรกด้วยโทนสีดำเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นตัวคอนโซล และแผงข้างบางส่วน ทำให้โทนสีที่ดูตัดกันนี้แสดงออกมาถึงความสปอร์ตของรถจากค่าย HONDA โดยเฉพาะ
ในเรื่องการดีไซน์ของมาตรวัดยังเน้นความสปอร์ตที่ดูลงตัวด้วย มาตรวัดแบบดิจิตอล ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้จุดที่โดดเด่นมากสำหรับ S2000 ก็คือปุ่มสำหรับสตาร์ทเครื่องยนต์ ที่ออกแบบมาให้ความรู้สึกเหมือนรถแข่ง โดยจะเน้นถึงความปลอดภัย ด้วยการออกแบบให้ต้องเหยียบคลัตช์ด้วยทุกครั้งก่อนกดปุ่มสตาร์ท
นอกจาก นี้ก็คงเป็นลักษณะของห้องโดยสารที่ออกแบบมาเน้นความเป็นสปอร์ตอย่างแท้จริง ด้วยรูปแบบการจัดวางแบบสองที่นั่งลักษณะคล้ายกับรถแข่ง
จะเห็นได้ว่า HONDA S2000 น่าจะเป็นรถในรูปแบบ ROAD sTER ที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบอีกรุ่นหนึ่งจากค่ายนี้ เพราะถ้านำมาเปรียบเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกันแล้วละก็ S2000 คงไม่เป็นรองใครแน่นอน โดยเฉพาะกลุ่มที่นิยมและคลั่งไคล้เครื่องยนต์ระบบ VTEC S2000 คงเป็นอีกหนึ่งพัฒนาการที่ทาง HONDA ได้รวมเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาไว้เพื่อคนกลุ่ม
ที่มา : นิตยสารเอ็กซ์โอออโต้สปอร์ต XO Autosport
Popularity: 4% [?]















Leave a comment!