วิธีการขายรถด้วยตัวเองอย่างถูกต้อง
การขายรถเองด้วยวิธีที่ถูกต้อง
เมื่อดิฉันตั้งใจจะขายรถคันเดิม ดิฉันได้บอกขายกับคนแถวบ้าน ( ทั้งชายและหญิง ) และเพื่อน ๆ หลายคน แต่ความผิดพลาดที่ไม่น่าปล่อยให้เกิดขึ้นคือ ในที่สุดดิฉันกลับเลือกขายรถให้เต็นท์รถแทนที่จะขายให้กับผู้ซื้อโดยตรง และเนื่องจากทางเต็นท์ต้องขายรถต่อให้คนอื่นอีก ดังนั้นดิฉันจึงถูกกดราคาต่ำมากจึงเป็นเรื่องที่ดิฉันต้องเน้นกับคุณว่า ถ้าคุณไม่ต้องการขาดทุนจากการขายรถ ควรตัดคนกลางออกและใส่เงินจำนวนมากเข้ากระเป๋าตัวเอง ตามคู่มือในบทนี้
เงินที่มากขึ้นจากการขายรถด้วยตัวเอง
ถ้ารถของคุณมีราคาขายอยู่ที่ 225,000 บาท โอกาสที่คุณจะช่วยให้พ่อค้าคนกลางได้คือ 170,000 บาท แต่ถ้าคุณใช้ความอดทนและความพยายามมากขึ้น คุณจะสามารรถขายรถได้ในราคา 225,000 บาท หรือมากกว่านั้น หากขายให้ผู้ซื้อโดยตรง
การขายรถตัวเองเริ่มจาก
ความประทับใจแรก ! ก่อนลงโฆษณา คุณควรดูแลรถให้อย่ในสภาพดีสูงสุด ทำความสะอาดและขัดเงาให้ดีจัดซื้อส่วนที่ขาดหายหรือแตกหักมาเปลี่ยน วิธีนี้จะทำให้คุณสามารถโชว์รถในสภาพดีที่สุด ถ้าคุณไม่รู้ว่าควรแก้ไขอย่างไร ? ควรสอบถามผู้รู้หรือขอคำแนะนำจากร้านค้าที่ไว้ใจได้เพื่อซ่อมหรือเปลี่ยนส่วนต่าง ๆ ที่ชำรุด ก่อนที่จะมีคนมาขอดูรถ
การดูแลส่วนต่าง ๆ ของเครื่องยนต์
- หากพบว่ามีน้ำมันหล่อลื่นรั่วให้ซ่อมแซมเสีย
- นำรถไปยังอู่เครื่องยนต์
ทำความสะอาดภายนอก
- แก้ไขรอยบุบและรอยแตก
- ตั้งศูนย์ล้อให้ได้ระดับ
- ทำความสะอาดภายใน
- ตรวจดูกระโปร่งหลัง
- การตกแต่งยางจะทำให้รถเกิดความแตกต่างอย่างมาก
- การแก้ไขเพื่อให้ทุกอย่างเรียบร้อยขึ้นทั้งหมดนี้จะใช้เวลาเพียงแค่ 2-3 ชั่วโมง
ตกแต่งรอยขูดขีด
- ทำความสะอาดก่อนแว็กซ์
- ร้านขายอุปกรณ์เครื่องยนต์จะสามารถทาสีใหม่
- ใช้การตกแต่งสีที่ประหยัดที่สุด
- หารอยขูดขีด รอยบุบสลายทั้งหมดเพื่อแก้ไข
แว็กซ์ภายนอก
- พยายามแว็กซ์ให้ดีที่สุด
- ขัดจนเป็นเงา
ทำความสะอาดภายใน
- ใช้เครื่องดูดฝุ่นใต้ที่นั่ง
- ล้างพรม ทำความสะอาดบริเวณพื้น
- ใช้แปรงสีฟันขจัดสิ่งสกปรกจากรอยกระเทาะและรอยแตกบนแผงปัด ประตู
- ทำความสะอาดที่เขี่ยบุหรี่ และช่องเก็บของ
- ใช้ผ้าชาร์มัวร์และยาขัดเงาขัดภายใน
- ทำความสะอาดกระจกด้วยหนังสือพิมพ์ ระวังอย่าให้เป็นรอย
- ถูเพดาน
- ทำความสะอาดตัวถัง
- หาข้อตำหนิ รอยฉีกขาด รอยขูด หรือแตก และแก้ไขให้เรียบร้อย
แก้ไขส่วนที่ต้องใช้งาน
- เครื่องปรับอากาศ
- สายอากาศ
- ไฟเบรก
- นาฬิกา
- ไฟแผงหน้าปัด/เกจ
- ประตู/ที่จับประตู
- ไฟฉุกเฉิน
- ไฟหน้า
- แตร
- ไฟ ( รวมทั้งช่องเก็บของและป้ายทะเบียน )
- ล็อก
- กระจก
- วิทยุ
- ยางสำรอง
- พวงมาลัย
- ไฟท้าย
- สัญญาณเลี้ยว
ตรวจสอบส่วนต่าง ๆ ของเครื่องยนต์
- แก้ไขส่วนที่สึกหรอ
- เช็กท่อน้ำ
- เช็กสายพาน
- เช็กของไหลในอ่างเก็บของไหล
ตรวจและเปลี่ยนของไหล
- ตรวจน้ำมันหล่อลื่นและไส้กรอง
- ตรวจของไหลเกียร์อัตโนมัติ
- เปลี่ยนคูแล็นท์
อย่าลืม
- แก้ไขหากมีเสียงผิดปกติเกิดขึ้น
- เติมน้ำมันหล่อลื่น ประตู ฝากระโปรงรถ และบานพับตัวถัง
คุณมีเอกสารเรียบร้อยหรือไม่ ?
- คู่มือรถ
- บันทึกการบริการ
- เอกสารประกัน
การซ่อม
ถ้าคุณไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมใหญ่ ควรตอบคำถามผู้ซื้อตามตรงในส่วนที่สึกหรอ เพราะส่วนใหญ่ผู้ซื้อมักมีช่างเครื่องมาตรวจสอบด้วย
การโฆษณา
ขั้นแรก ราคาที่ถูก
- ราคาที่คุณต้องการควรเป็นราคาที่ยังไม่ได้บวกดอกเบี้ยจากการกู้ยืม
- ควรเผื่อราคา 10-15 เปอเซ็นต์สำหรับการต่อรองได้
- ผู้ซื้อรถใช้แล้วมักคาดหวังว่า จะสามารถเจรจาต่อรองได้
- ผู้ซื้อรถใช้แล้วจำนวนมากคุ้นเคยกับราคาตามหนังสือรถ
แหล่งโฆษณา
- หนังสือพิมพ์
- หนังสือรถ
- นิตยสารซื้อขาย
-เขียนป้ายชื่อ และเบอร์โทรศัพท์ติดไว้ที่รถ
สิ่งที่คุณควรบอกในโฆษณา
- แบบ / รุ่น
- ปี
- กิโลเมตรทที่ใช้ ( ถ้าไม่มากนัก )
- ลักษณะสำคัญ – ความแข็งแรง สี และรายละเอียด ที่น่าสนใจ
- ราคา ( บวกเพิ่ม 10-15 เปอร์เซ็นท์ของราคาที่คุณต้องการ )
- เบอร์โทรศัพท์ และเวลาที่สามารถติดต่อคุณได้
แนวทาง
- ดูหนังสือเพื่อเป็นตัวอย่าง
- ศึกษาหาข้อแตกต่างของรถ เพื่อดึงดูดความสนใจคนซื้อ
- คนที่น่าสนใจย่อมติดต่อหาคุณตามเบอร์โทรศัพท์ที่ลงไว้ในโฆษณาเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม
- ตอบทั้งหมดด้วยความซื่อสัตย์
- แนะนำผู้ซื้อถึงทางที่จะมายังบ้านคุณ หรือสถานที่นัดโดยละเอียด และนัดเวลาที่แน่นอน
โชว์รถของคุณ
- อย่าร้อนใจถ้าไม่มีคนมาขอดูรถคุณทันที ให้อดทนรอ
- หาสถานที่นัด ซึ่งคุณจะพบผู้ซื้อได้สะดวก
- พาเพื่อนไปด้วย
- คุณทั้งคู่ย่อมจำเป็นต้องขับรถทดสอบก่อนแน่นอน
- บอกถึงลักษณะพิเศษ
- สร้างความรู้สึกที่ดีเกี่ยวกับรถของคุณ เช่น ” เป็นรถที่ดีคันหนึ่งเลยนะค่ะ สะดวกสบาย ฉันรักและวางใจมันมาก “
- พวกเขาย่อมมีช่างเครื่องมาตรวจเช็กด้วย
การเจรจาต่อรองอย่างง่าย ๆ
หลังจากได้ทดลองขับแล้ว ถ้าผู้ซื้อสนใจพวกเขาจะเริ่มยอมรับ หรือต่อรองราคาที่คุณสามารถลดให้ได้ ถ้าผู้ซื้อชอบ คุณสามารถลดราคาลงได้เล็กน้อย โดยไม่ต้องเป็นราคาขาดตัวที่คุณกำหนดไว้ ถ้าผู้ซื้อถามคุณถึงราคาต่ำที่สุดที่คุณสามารถลดได้บอกราคากลับไป ถ้าได้ราคาที่พอใจก็ไม่มีเหตุผลที่คุณต้องขับรถกลับบ้านเสียเที่ยว
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วป้องกันตัวเอง
- ถ้าพวกเขาไม่มีเงินสดจ่าย ให้ขอเงินมัดจำ 10-30 เปอร์เซ็นต์ โดยคุณต้องการมีสัญญาหรือใบเสร็จให้เขาซึ่งเมื่อถึงเวลาชำระเงินหากเขาผิดนัดคุณสามารถยึดเงินก้อนนั้นได้
- ระวังอย่าให้เกิดอุบัติเหตุจนกระทั่งส่งมอบรถ
- เขียนใบรับเงิน ลงชื่อทั้งคุณและผู้ซื้อ
- อย่าให้ใบเสร็จแก่ผู้ซื้อจนกระทั่งได้เงินครบ
ใบเสร็จ / ใบสัญญาประกอบด้วย
- ชื่อ ที่อยู่ของผู้ขายและผู้ซื้อ
- ประวัติรถ แบบ รุ่น ปี และอื่น ๆ
- ทะเบียนรถ
- ราคาซื้อขาย
- วันที่
- สภาพในขณะที่ขาย
- ลายเซ็นทั้งคู่
- ก๊อบปี้ให้ผู้ซื้อ และคุณเก็บต้นฉบับไว้
ทั้งหมดนี้คงเป็นแนวทางเพียงพอที่จะทำให้คุณเป็นผู้หญิงที่ฉลาดกับรถได้ไม่ยาก และหวังใจอย่างยิ่งว่านอกจากคุณจะเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ฉลาดกับรถแล้ว คุณยังเป็นผู้หญิงที่ฉลาดกับการรักษามลภาวะรอบตัวคุณด้วยขอบคุณค่ะ
Popularity: 8% [?]

