BMW X5 (E70) ใหญ่-ยาว-หรูหรา และเสริมเทคโนโลยีมากขึ้น
หลังจากที่มี BMW ประสบความสำเร็จจากการพัฒนารถยนต์นั่งกึ่งสปอร์ตระดับหรูหรา เรื่อยขึ้นไปจนถึงจุดสุดยอดของวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับ F1 มาแล้ว BMW ก็ได้แตกไลน์พัฒนารถยนต์เพื่อกิจกรรมกลางแจ้ง หรือ SUV – Sport Utility Vehicle ที่ฮิตติดอันดับ กินส่วนแบ่งตลาดรถยนต์นั่งและออฟโรดมากขึ้นเรื่อย ๆ
![]() |
X5 คือคำตอบจากค่ายรถยนต์เจ้าของโลโกใบพัดสีฟ้าขาวแห่งเยอรมนี ที่มาในรูปแบบของรถยนต์นั่ง SUV ขับเคลื่อนสี่ล้อแบบถาวรในปี 2000 รหัส E53 ที่ BMW เรียกชื่อให้แปลกออกไปเป็น SAV – Sport Activity Vehicle ด้วยเหตุผลที่ว่า X5 ให้บุคลิกที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวเพื่อกิจกรรมในการพักผ่อน ขณะเดียวกันก็ยังแฝงไว้ด้วยสมรรถนะของรถสปอร์ตที่หรูหราตามสายพันธุ์ดั้งเดิมของ BMW นั่นเอง ซึ่งในเมืองไทยก็ได้รับการตอบรับที่ดี แต่ด้วยข้อปัญหาทางด้านภาษีที่ทำให้รถรุ่นนี้มีราคาสูงขึ้นแต่ก็ยังเป็นรถในฝันของนักเล่นรถอยู่เช่นเดิม และล่าสุดเมื่อทาง BMW ได้พัฒนา X5 โฉมใหม่ออกสู่ตลาด ทางบริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด ได้เชิญสื่อมวลชนไทยไปร่วมทดสอบที่ประเทศกรีก เพื่อค้นหาความพิเศษของรถรุ่นนี้
ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่น เน้นความเป็นตัวของตัวเอง ทำให้ X5 ซึ่งเป็นรถสปอร์ตเพื่อกิจกรรมกลางแจ้งของ BMW ได้รับความนิยมอย่างสูงจากตลาดอเมริกาเหนือ ทำให้มียอดการผลิตจากโรงงาน Spartanburg มลรัฐ South Carolina สหรัฐอเมริกา นับตั้งแต่ช่วงเปิดตัวในปี 2000 มาจนถึงปี 2006 ด้วยยอดรวมกว่า 580,000 คัน
![]() |
ภายหลังจากที่มีการปรับปรุงในส่วนของอุปกรณ์ปลีกย่อยต่าง ๆ มาหลายครั้ง รวมถึงเครื่องยนต์หลักที่ใช้กับ X5 มาตลอดระยะเวลา 7 ปี ก็ถึงเวลาที่ X5 ในรหัส E53 ต้องเปิดทางให้ X5 ตัวใหม่ ในรหัส E70 เข้าประจำการแทน
BMW X5 รหัส E70 ถือว่าเป็นสุดยอดของรถประเภท Luxury SUV หรือ SAV รุ่นหนึ่งของตลาดระดับบนในขณะนี้ โดยมีคู่แข่งตัวเจ๋ง ๆ อย่าง Porsche Cayenne, Volkswagen Touareg, Mercerdes-Benz M-Class, Audi Q7, Range Rover Sport, Volvo XC90 หรือสายพันธุ์ญี่ปุ่นก็ได้แก่ Lexus GX, Acura MDX, Infinity FX เป็นต้น การเปิดตัวของ X5 ท่ามกลางคู่แข่งระดับนี้ถือว่าไม่ธรรมดาแน่นอน
![]() |
![]() |
รูปทรงภายนอกของ X5 ตัวใหม่ ถึงแม้จะมีการออกแบบกันใหม่หมดตั้งแต่หัวจดท้าย และมีขนาดมิติของตัวถังภายนอกใหญ่ขึ้น คือยาวและกว้าง เท่ากับ 4,854 และ 1,933 มม. ใหญ่กว่าเดิม 187 และ 68 มม. โดยมีระยะฐานล้อ 2,933 มม. ยาวขึ้น 118 มม. ความกว้างของช่วงล้อหน้าและหลังกว้างขึ้นอีก 68 และ 74 มม. ตามลำดับ ส่วนความสูงนั้นคงเท่าเดิม ขนาดโดยรวมของ X5 ใหม่ จึงถือว่าโตกว่ารุ่นเก่าอยู่มากทีเดียว และก็ทำให้ X5 ตัวใหม่ สามารถติดตั้งเบาะนั่งแถวที่สามเพื่อรองรับผู้โดยสารในตอนท้ายได้อีก 2 คน รวมเป็น 7 ที่นั่ง ทำให้การเดินทางเพื่อการพักผ่อนสำหรับครอบครัวใหญ่เป็นไปอย่างอบอุ่นมากยิ่งขึ้น
ด้วยแนวทางการออกแบบของ BMW X5 ตัวใหม่ ยังคงยึดถือเค้าโครงตัวถังอันเป็นเอกลักษณ์ของ X5 รุ่นเดิมเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น หากมองดูภายนอกกันอย่างผิวเผิน อาจจะไม่ค่อยสะดุดตาถึงความแปลกใหม่ของเส้นสันโดยรอบของตัวถัง ยกเว้นขนาดของตัวรถที่ดูใหญ่ขึ้นอย่างชัดเจน แต่ถ้าจะลองพิจารณากันอย่างถี่ถ้วนกันในรายละเอียดจะพบว่า X5 ตัวใหม่กับตัวเก่า มีความแตกต่างกันอยู่มากทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสาร
![]() |
ไล่กันตั้งแต่กระจังหน้า ไฟใหญ่ ฝากระโปรงที่เน้นสันเหลี่ยมด้านบน ที่มีเค้าโครงคล้ายกับ Z3 รถสปอร์ตเปิดประทุนสุดเท่ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ BMW
ส่วนสันเหลี่ยมด้านข้างตัวถังที่คาดจากแก้มบังโคลนหน้ายาวจดไฟท้าย นอกจากจะเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของ X5 ตัวใหม่แล้ว ยังช่วยลดความรู้สึกความหนาบึกบึนทางด้านข้างของตัวรถให้ดูเบาบางลง และออกไปทางรถสปอร์ตมากขึ้น และเส้นสันโดยรอบตัวถังของ X5 ใหม่นี้เอง ที่ถูกออกแบบมาอย่างชาญฉลาด โดยอาศัยแสงและเงาขับความโดดเด่นของตัวรถ ขณะโลดแล่นอยู่บนท้องถนนได้อย่างแปลกตา
ส่วนบานหน้าต่างด้านข้างตัวรถ และโครงสร้างของหลังคานั้น X5 ตัวใหม่เน้นความแข็งแกร่งในส่วนนี้เพิ่มขึ้น โดยมีเสาเก๋งที่หนาขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงเสา D หรือเสาเก๋งตอนท้ายรถ ที่จะช่วยให้โครงสร้างโดยรวมมีความแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมถึง 15%
ด้านท้ายรถนั้น X5 ยังคงมีบานประตูท้ายแบ่งเป็น 2 บาน คือเปิดแบบยกขึ้น และส่วนล่างเปิดลงมาในแนวนอน ที่มาพร้อมกับไฟท้ายแบบใหม่ที่เน้นทั้งความหรูหราและฟังก์ชันการใช้งาน
![]() |
ภายในห้องโดยสารของ X5 ใหม่ มีความเรียบง่ายและหรูหราไปพร้อมกัน ความเรียบง่ายคือ การออกแบบจัดวางตำแหน่งของบรรดาสวิตช์ควบคุมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายต่าง ๆ เอาไว้อย่างแนบเนียนกลมกลืนไปทั่วทั้งคัน อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการนำเอาระบบควบคุมแบบมัลติฟังก์ชันที่เรียกว่า iDrive ที่ทำงานร่วมกับจอมอนิเตอร์ขนาด 6.5 นิ้ว ที่ติดตั้งอยู่บนกึ่งกลางของแผงหน้าปัด ทำให้ปุ่มควบคุม iDrive สามารถควบคุมการทำงานของบรรดาอุปกรณ์ต่าง ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเสียงภายในรถ ระบบนำทางด้วยดาวเทียม การใช้โทรศัพท์ติดต่อสื่อสาร ฯลฯ โดยที่บนแผงหน้าปัดนี้ยังมีปุ่มลัด หรือที่เรียกว่า Hot-key อีก 8 ปุ่ม ที่สามารถปรับตั้งได้ตามใจชอบว่าจะให้แต่ละปุ่มสวิตช์นั้น ๆ ทำหน้าที่อะไร โดยไม่ต้องไปไล่เปิดเมนูจากระบบ iDrive ได้อีกต่างหาก
นับเป็นครั้งแรกที่มีการนำเอาระบบ iDrive มาใช้กับรถ SAV หรือ SUV ที่ทำให้การเดินทางพักผ่อนมีความสะดวกสบายมากขึ้น นอกจากนี้แล้ว จอมอนิเตอร์บนแผงหน้าปัดซึ่งปกติจะทำงานสื่อข้อความโต้ตอบกับผู้ใช้ปุ่มสวิตช์ iDrive แล้ว หน้าจอนี้ยังปรับเปลี่ยนไปใช้งานอย่างอื่น ๆ ได้อีกมากมาย เช่น อาจจะเป็นหน้าจอสำหรับรับภาพจากกล้องวงจรปิดที่ทำหน้าที่ช่วยในการมองภาพด้านท้ายรถขณะถอยหลังหรือเข้าจอดในที่แคบ ๆ BMW X5 ติดตั้งระบบช่วยจอดทั้งภาพและเสียงมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน นอกจากเพื่อความสะดวกในการถอยหลังเข้าจอดแล้ว ยังสะดวกในการเชื่อมต่อกับรถพ่วงเข้ากับท้ายรถอีกด้วย ไม่ก็อาจจะใช้จอนี้แทนจอทีวีสำหรับความบันเทิงภายในรถ หรือใช้เป็นจอแสดงแผนที่อิเล็กทรอนิกส์จากระบบนำทางผ่านดาวเทียม เป็นต้น
![]() |
![]() |
บนความเรียบหรูของคอนโซลกลาง เป็นที่ตั้งของคันเกียร์แบบใหม่ของ BMW ใครที่คุ้นเคยกับการใช้ Joystick ในการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ มาเจอคันเกียร์แบบนี้อาจจะไม่รู้สึกแปลก เพราะคันเกียร์ของ X5 นี้คือคันเกียร์ที่ทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ มันทำงานเหมือนกับคันโยก Joystick บนคันเกียร์มีทั้งปุ่มเบรกมือที่ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ และใช้สำหรับเปลี่ยนเกียร์ได้ทั้งในโหมดอัตโนมัติ 6 สปีด หรือปรับเปลี่ยนไปใช้โหมดเลือกเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเองแบบเดียวกับเกียร์ธรรมดาก็ทำได้ง่าย ๆ และถ้าจะนึกสนุกทดลองเล่นกับอัตราเร่งที่ทันอกทันใจ ก็อาจจะใช้ปุ่มกดเพื่อเลือกโหมด “Sport” จากสวิตช์ที่อยู่ติดกับคันเกียร์ลงมาก็ย่อมได้ ทุกอย่างดูเรียบง่าย และใช้งานได้ดี
ที่พิเศษก็คือปุ่ม Park บนคันเกียร์แบบ Joystick นี้จะเป็นการตัดการเชื่อมต่อของระบบส่งกำลังทั้งเพลาหน้า-หลังออกจากระบบส่งกำลังทั้งหมด เพื่อป้องกันความเสียหายอันอาจเกิดขึ้นจากการชนกระแทก หรือรถไหล พร้อมกันนี้ก็จะมีชุดกลไกไปควบคุมการใช้เบรก ควบคุมการไหลของรถที่ล้อหลังเหมือนกับเบรกมือของรถทั่วไป
![]() |
![]() |
บนหน้าปัด และแป้นพวงมาลัยของ X5 ยังดูเรียบง่าย และใช้งานได้หลากหลายฟังก์ชันเช่นเดียวกับอุปกรณ์อื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนพวงมาลัยจะมีปุ่มสวิตช์สำหรับควบคุมการทำงานของอุปกรณ์บางอย่างที่ไม่ต้องละสายตาไปจากท้องถนนเบื้องหน้า อย่างเช่นการควบคุมเครื่องเสียง รับโทรศัพท์ ฯลฯ
ระบบพวงมาลัยที่ใช้ในการควบคุมทิศทางก็เป็นครั้งแรกอีกเช่นกัน ที่มีการนำเอาระบบ Adaptive Steering มาใช้ ระบบนี้จะช่วยให้การหักเลี้ยวของล้อหน้าแตกต่างกันในแต่ละความเร็ว ในขณะที่ถอยเข้าจอด การหมุนพวงมาลัยเพียงเล็กน้อยก็จะช่วยให้ล้อหักเลี้ยวได้ครั้งละมาก ๆ เพื่อให้การเข้าจอดทำได้สะดวก แต่ถ้ารถแล่นด้วยความเร็วสูง ระบบจะช่วยปรับไม่ให้ไวมากเกินไป เป็นต้น
จากตำแหน่งที่นั่งคนขับ จะพบว่าการจัดวางตำแหน่งของอุปกรณ์ควบคุมต่าง ๆ ทำได้ดี สะดวกต่อการใช้งาน และไม่จำเป็นต้องละสายตาจากท้องถนน เมื่อต้องการใช้งานสวิตช์บางอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจอมอนิเตอร์บนแผงหน้าปัด นอกจากนั้นก็ยังมีการติดตั้งระบบช่วยในด้านความปลอดภัยอีกมากมาย เช่น ไฟหน้าปรับสูงต่ำอัตโนมัติเมื่อมีรถแล่นสวนมา ไฟส่องสว่างเมื่อยามเข้าโค้ง หรือไฟหน้าสำหรับเปิดในตอนกลางวันเพื่อความปลอดภัยจากเพื่อนร่วมทางมากยิ่งขึ้น
![]() |
![]() |
ภายในห้องโดยสารของ X5 ใหม่ ไม่เพียงแต่จะให้ความหรูหราระดับสุดยอดทั้งบรรยากาศและความรู้สึกของผู้ขับขี่และผู้โดยสารเท่านั้น แต่ยังเน้นการจัดระบบเพื่ออำนวยความสะดวกสบาย และให้ความปลอดภัยกับผู้โดยสารทุกคนอย่างครบถ้วน นับตั้งแต่โครงสร้างของห้องโดยสารใหม่ ที่ BMW ได้ออกแบบระบบโครงสร้างที่สามารถให้การปกป้องในแบบ Passive Safety มากยิ่งขึ้น ด้วยการกระจายแรงกระแทกที่เกิดจากการชน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านหน้า ด้านข้างตัวรถ หรือแม้กระทั่งแรงกระแทกที่เกิดจากรถพลิกคว่ำ จะถูกกระจายไปตามส่วนต่าง ๆ ของโครงสร้างตัวถัง เพื่อลดแรงกระแทกที่จะส่งผลกระทบหรือทำอันตรายให้กับผู้โดยสารให้เหลือน้อยที่สุด หรือเกิดอันตรายน้อยที่สุด นับเป็นการทุ่มเทเพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยของ BMW ให้สูงขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม กว่าที่ระบบ Passive Safety จะทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองผู้คนที่นั่งโดยสารไปใน X5 ยังมีอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือ และหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุอีกมากมาย ทั้งนี้และทั้งนั้นก็ต้องเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยล่าสุดที่หยิบยืมมาจากรถยนต์นั่งในรุ่นอื่น ๆ หรือไม่ก็เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เพิ่งจะถูกนำลงมาใช้กับ X5 เป็นครั้งแรก
จากการที่ได้มีการยืดช่วงล้อและขยายความกว้างของตัวถังรถออกมากกว่ารุ่นก่อน ทำให้ X5 ใหม่ สามารถขนสมาชิกในครอบครัวไปพักผ่อนได้มากขึ้นอีก 2 ที่นั่ง ซึ่งเป็นที่นั่งที่สามารถรองรับผู้โดยสารที่มีความสูงระดับ 170 ซม.ได้อย่างสบายในที่นั่งตอนที่สาม พร้อมทั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายและปลอดภัยครบครัน แล้วยังเหลือพื้นที่สำหรับเก็บข้าวของสัมภาระหลังเบาะตอนที่สามได้อีกประมาณ 200 ลิตร ทั้งนี้ส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากการนำเอายางแบบ Run Flat Tire มาใช้ ทำให้ไม่ต้องพกยางอะไหล่กันอีกต่อไป และสามารถเอาพื้นที่ส่วนนั้นมาใช้ประโยชน์เป็นที่เก็บของได้
เบาะนั่งตอนที่ 2 และตอนที่ 3 ของ X5 สามารถพลิกแพลงปรับเปลี่ยนเพื่อการบรรทุกผู้คน หรือสิ่งของขนาดต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลายเท่าที่ใจต้องการ เบาะนั่งแถวที่สองยืดตำแหน่งติดตั้งที่ช่วยให้มีพื้นที่วางเท้ามากกว่ารุ่นก่อนประมาณ 4 ซม. และปรับเอนไปข้างหลังได้ราว 10 องศา ตัวเบาะและพนักพิงแยกพับเพื่อเปิดทางให้ผู้โดยสารตอนท้ายขึ้น-ลงได้อย่างสะดวก หรือเพื่อใช้เป็นที่เก็บสัมภาระที่มีขนาดใหญ่หรือยาวมาก ๆ หรือถ้าต้องการใช้พื้นที่ในบริเวณที่นั่งตอนหลังทั้งหมดเพื่อการบรรทุกของกันจริง ๆ จัง ๆ ก็สามารถพับเบาะนั่งแถวที่สองและสามให้ราบลงกับพื้น ก็จะมีพื้นที่ในการบรรทุกน้อง ๆ รถแวนกันเลยทีเดียว
![]() |
และยิ่งไปกว่านั้น X5 ยังคงเอาใจผู้โดยสารในที่นั่งตอนหลังไว้อย่างครบถ้วนด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก อย่างเช่น ระบบปรับอากาศที่จ่ายอย่างทั่วถึงทั้งคัน คอนโซลกลางด้านหน้าของผู้โดยสารตอนหลังสามารถสั่งติดตั้งจอมอนิเตอร์ขนาด 8.8 นิ้ว นอกเหนือไปจากระบบเครื่องเสียงภายในรถที่ให้มาอย่างเหลือเฟือแบบโฮมเธียเตอร์เคลื่อนที่ จะย้ายไปสร้างความเพลิดเพลินไม่ว่าจะเป็นชายทะเล หรือตามป่าเขาที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น
ด้วยความที่ X5 ตัวใหม่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายมากขึ้น ปัญหาที่ตามมาก็คือ เรื่องของน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้นด้วย แต่เรื่องนี้ BMW มีทางออกอยู่แล้ว โดยวิธีการที่ตนเองถนัด นั่นก็คือการออกแบบโครงสร้างของตัวถังที่เน้นการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมมาทำเป็นชิ้นส่วนประกอบต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเล่นแร่แปรธาตุกับโลหะน้ำหนักเบาชนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอะลูมิเนียม แมกนีเซียม และโลหะผสมชนิดพิเศษอื่น ๆ ถูกนำมาผลิตเป็นชิ้นส่วนประกอบของส่วนต่าง ๆ ของตัวรถ เช่น ชิ้นส่วนประกอบของช่วงล่างและระบบกันสะเทือน หรือแม้แต่ตัวเครื่องยนต์ที่ยังเน้นน้ำหนักเบาเป็นพิเศษอีกด้วย
เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ทำให้น้ำหนักตัวโดยรวมของ X5 ตัวใหม่ ยังคงรักษาระดับเอาไว้ที่ประมาณ 2 ตันกับเศษนิด ๆ ซึ่งถือว่าเบากว่าคู่แข่งระดับเดียวกัน แต่ไม่ได้เล่นแร่แปรธาตุอย่าง BMW อยู่หลายรุ่นหลายยี่ห้อ
BMW X5 ในรหัส E70 ยังคงรูปแบบและการจัดวางระบบ Power Train ต่าง ๆ เหมือนรุ่นก่อน นั่นคือเครื่องยนต์วางตามยาวและส่งกำลังขับเคลื่อนผ่านเกียร์อัตโนมัติที่ควบคุมการทำงานด้วยอิเล็กทรอนิกส์ 6 สปีด ไปยังล้อทั้งสี่แบบถาวรที่เรียกว่า xDrive แต่เพื่อเป็นการรักษาบุคลิกและฟีลลิ่งในการขับขี่ของรถขับเคลื่อนล้อหลัง BMW X5 จึงใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมการส่งจ่ายกำลังระหว่างล้อหน้าและล้อหลังให้เป็นแบบ 40/60 ขณะที่แล่นอยู่บนผิวถนนเรียบในยามปกติ แต่เมื่อใดที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในการยึดเกาะถนนหรือการถ่ายทอดแรงบิดจากล้อใดล้อหนึ่งของรถสู่พื้นถนนไม่เท่ากัน จนระบบควบคุมการทำงานต่าง ๆ สามารถตรวจจับได้ ก็จะมีการนำเอาระบบสื่อสารของข้อมูลแบบใหม่ระหว่างหน่วยควบคุมการทำงานที่เรียกว่า FlexRay ของระบบที่เป็นแบบ Adaptive ชนิดต่าง ๆ เข้าทำงานแทนโดยอัตโนมัติ เพื่อรักษาการยึดเกาะถนน และการทรงตัวของรถ เช่น DSC – Dynamic Stability Control, Active Steering ที่ทำงานร่วมกันเรียกว่า Integrated Chassis Management เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างง่ายดายตลอดเวลา
ลำพังแค่ DSC อย่างเดียวก็มีตัวช่วยอยู่เบื้องหลังอีกเพียบ เช่น ระบบ ABS, ระบบรักษาการทรงตัว หรือ ASC – Automatic Stability Control, Trailer Stability Control ควบคุมการทรงตัวขณะที่มีการลากจูงรถพ่วง, HDC – Hill Descent Control หรือระบบควบคุมการกระจายแรงบิดขณะขึ้นเขาลงเขา, ระบบควบคุมการทำงานของเบรก – Dynamic Brake Control และระบบควบคุมเบรกขณะเข้าโค้ง – CBC : Cornering Brake Control สำหรับแก้อาการอันเดอร์หรือโอเวอร์สเตียร์ แถมท้ายด้วย ADB – Automatic Differential Brake ซึ่งเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ช่วยควบคุมการหมุนของล้อทั้งสองข้างให้หมุนเท่ากันด้วยระบบเบรก ฯลฯ ดังนั้น ไม่ว่าสภาพเส้นทางจะเป็นเช่นใดก็ตาม
เครื่องยนต์ที่ใช้ใน X5 ใหม่ หลัก ๆ ก็จะเป็นเครื่อง V8 4.8 ลิตร ที่ให้กำลัง 335 แรงม้าหรือ 261 kW และแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 475 Nm ขณะที่เครื่องยนต์หมุน 3,400-3,800 rpm เครื่องยนต์ตัวนี้สามารถจะพาตัวถังน้ำหนักกว่า 2 ตันของ X5 ออกสตาร์ทจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 6.5 วินาที และความเร็วสูงสุดถูกล็อกไว้ที่ 249 กม./ชม.
เครื่องยนต์หลักตัวที่สองเป็นเครื่องเบนซิน 6 สูบ ติดตั้งใน X5 3.0si เป็นเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุดตัวหนึ่งของ BMW ที่มีการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้ส่วนประกอบของเครื่องยนต์ที่ทำด้วยโลหะน้ำหนักเบาอย่างแมกนีเซียมและอะลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบของเสื้อสูบ ทำให้มีน้ำหนักเบา และกินน้ำมันน้อยลง เครื่องยนต์ 3.0 ลิตรเบนซินตัวนี้ให้กำลังสูงสุด 272 แรงม้า หรือ 272 kW โดยมีแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 315 Nm ที่ 2750 rpm สมรรถนะของเครื่องนี้สามารถจะพา X5 ออกสตาร์ทจากจุดหยุดนิ่งขึ้นไปจนถึง 100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 8.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 225 กม./ชม. โดยมีอัตราความสิ้นเปลืองเมื่อวัดตามระบบ EU ได้ 10.9 ลิตรต่อ 100 กม. หรือประหยัดกว่าเครื่องยนต์ขนาดเดียวกันถึง 14%
เครื่องยนต์ตัวสุดท้ายสำหรับ X5 ใหม่ จะเป็นเครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล 6 สูบ Generation ที่ 3 ที่ใช้เทคโนโลยีระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบ Piezo และแรงดันเชื้อเพลิงในท่อคอมมอนเรลระดับ 1,600 Bar พร้อมเทอร์โบชาร์จ ตัวเสื้อเครื่องเป็นอะลูมิเนียมเพื่อลดน้ำหนัก และให้แรงม้าสูงสุดจากเครื่อง 3.0 ลิตรเครื่องนี้สูงถึง 235 แรงม้า หรือ 173 kW กับแรงบิดมหาศาลที่ 520 Nm@ 2000-2750 rpm
แน่นอนว่าเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตรตัวนี้ นอกจากจะแรง เบา และประหยัดแล้ว ยังปล่อยควันพิษออกมาในปริมาณที่ต่ำมากจนสามารถผ่านเกณฑ์การวัดอันเข้มงวดตามมาตรฐาน EURO 4 ได้อย่างสบาย สมรรถนะของ X5 3.0d ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ในเวลา 8.3 วินาที และความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 216 กม./ชม. กับความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงวัดตามระบบ EU เพียง 8.7 ลิตรต่อระยะทาง 100 กม.
ส่วนระบบช่วงล่างของ X5 เป็นอีกจุดหนึ่งที่ถือว่าเป็นสุดยอดของนวัตกรรมสำหรับยานยนต์ประเภท SUV หรือ SAV นอกจากจะมีการใช้วัสดุชนิดพิเศษต่าง ๆ มากมาย ทำให้มีน้ำหนักเบาแล้ว ยังคงเน้นระบบกันสะเทือนอิสระ 4 ล้อ อันเป็นเอกลักษณ์เด่นของ BMW ทุกรุ่นเอาไว้ และมีระบบควบคุมการทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์เสริมเข้าไปอีกมากมาย เพื่อการทรงตัวที่ดีเยี่ยม และให้ความปลอดภัยสูงสุดเท่าที่จะหาได้ในรถประเภทนี้อีกคันหนึ่ง และลงท้ายไว้ด้วยการใช้วงล้อขนาด 18 นิ้วเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ส่วนใครอยากจะสั่งพิเศษก็ยังมีล้อขนาด 19 และ 20 นิ้วมาให้เลือกใช้ พร้อมกับยางล้อแบบ Run Flat Tire
BMW X5 ใหม่ มีระบบตรวจวัดลมยางอัตโนมัติ และรายงานผลไว้บนหน้าปัดและจอมอนิเตอร์ การใช้ยาง RFT ทำให้มีข้อได้เปรียบหลายอย่าง รวมถึงลดภาระในการดูแลรักษาขณะที่ใช้งานในที่ทุรกันดาร สิ่งที่ผู้ใช้อาจจะกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเกิดยางรั่วขึ้นมา BMW ให้คำตอบไว้ว่า ยาง RFT ชนิดนี้สามารถแล่นต่อไปได้กว่า 150 กม. ด้วยความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. ในสภาพที่บรรทุกน้ำหนักเต็มที่ แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้ระยะทางที่ไกลกว่านี้ X5 สามารถแล่นในแบบที่เรียกว่า “คลาน” ต่อไปได้ถึง 2,000 กม. ด้วยน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 250 กก. ทั้งนี้ต้องขอบคุณความช่วยเหลือส่วนหนึ่งที่มาจากระบบ Adaptive Drive สามารถปรับลดน้ำหนักกดลงบนล้อที่ไม่มีลมยางให้น้อยลงได้โดยอัตโนมัติ
BMW X5 รหัส E70 ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยซึ่งส่วนใหญ่เป็นระบบควบคุมการทำงานด้วยอิเล็กทรอนิกส์ และนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้อีกมากมายจนนำมากล่าวในที่นี้ไม่หมด ในส่วนของสมรรถนะนั้น ขอสรุปว่ารถ BMW X5 เป็นรถ SAV ที่มีขนาดใหญ่หรูที่เยี่ยมยอดจริง ๆ แม้ว่าจะลองขับในระยะเวลาสั้น ๆ แต่ก็ซึบซาบได้อย่างเต็มเปี่ยมของสมรรถนะในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย การทรงตัว อัตราเร่ง การควบคุม ที่สามารถรับรู้ได้จากเส้นทางที่ลัดเลาะไปตามชายทะเลทางใต้ของกรีก ก่อนจะขึ้นเขาสูงชันอันวกวนคดเคี้ยวตลอดเส้นทาง ทำให้รับรู้ถึงแรงบิดอันมหาศาลของเครื่อง 3.0 ลิตรดีเซล ที่ถ่ายทอดออกมาอย่างชัดเจน ตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะความกว้างขวางภายในห้องโดยสารที่แปลกตากว่าเดิม รวมทั้งออปชั่นของเบาะนั่งแถวที่ 3 ที่จัดมาให้ ซึ่งยังมีขนาดเล็กไปหน่อย แต่ก็เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้รถรุ่นนี้มีความโดดเด่นขึ้นอย่างมากมาย และใครสนใจจะจับจองเป็นเจ้าของคงต้องอดใจรอกันสักนิด เชื่อว่าคงได้ยลโฉมตัวจริงกันแน่นอน
| BMW X5 | |||
|
3.0si
|
4.8i
|
3.0d
|
|
| ขนาดตัวรถ (ยาว-กว้าง-สูง) มม |
4,854-1,933-1,766
|
||
| ฐานล้อ มม |
2,933
|
||
| ช่วงล้อ หน้า-หลัง มม |
1,644-1,650
|
||
| รัศมีวงเลี้ยว ม |
6.4
|
||
| ความจุถังเชื้อเพลิง ลิตร |
85
|
||
| น้ำหนักรถ กก. |
2,125
|
2,245
|
2,180
|
| เครื่องยนต์ | |||
| สูบ/วาล์วต่อสูบ |
6/4
|
8/4
|
6/4
|
| ความจุกระบอกสูบ (ซี.ซี.) |
2,996
|
4,799
|
2,993
|
| กระบอกสูบ x ช่วงชัก (มม.) |
88.0 x 85.0
|
88.3 x 93.0
|
90.0 x 84.0
|
| อัตราส่วนกำลังอัด : 1 |
10.7
|
10.5
|
17.0
|
| กำลังสูงสุด แรงม้า/kW @รอบต่อนาที |
272/200 @ 6,650
|
355/261 @ 6,300
|
235/173 @ 4,000
|
| แรงบิดสูงสุด Nm@ รอบต่อนาที |
315 @ 2,750
|
475 @ 3,400-3,800
|
520 @ 2,000-2,750
|
| ระบบกันสะเทือน | |||
| หน้า |
อิสระ ดับเบิลวิชโบน เหล็กกันโคลง
|
||
| หลัง |
อิสระ มัลติลิงค์ เหล็กกันโคลง
|
||
| ระบบเบรก | |||
| หน้า-ดิสก์ระบายความร้อน เส้นผ่าศูนย์กลาง-มม. |
348
|
365
|
348
|
| หลัง-ดิสก์ระบายความร้อน เส้นผ่าศูนย์กลาง-มม. |
320
|
345
|
320
|
| พวงมาลัย |
แร็ค แอนด์ พิเนี่ยน พร้อมเพาเวอร์ อัตราทด 19.5:1
|
||
| เกียร์ส่งกำลัง |
อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Steptronic
|
||
|
อัตราทดต่อ 1 1
|
4.171
|
||
| 2 |
2.340
|
||
| 3 |
1.521
|
||
| 4 |
1.143
|
||
| 5 |
0.867
|
||
| 6 |
0.691
|
||
| ถอยหลัง |
3.403
|
||
| อัตราทดเฟืองท้าย : 1 |
4.44
|
3.91
|
3.64
|
| ล้อ |
8.5j x 18LM
|
||
| ยาง |
255/55 R18 109V
|
||
| สมรรถนะ | |||
| อัตราเร่ง 0-100 km/h – วินาท |
ี 8.1
|
6.5
|
8.3
|
| ความเร็วสูงสุด – km/h |
225
|
249
|
216
|
| ข้อมูลอื่นๆ | |||
| มุมประชิด/มุมจาก – องศา |
25.4/22.9
|
||
| ระยะต่ำสุดจากพื้น – มม |
212
|
||
ขอบคุณแหล่งที่มา : นิตยสารกรังด์ปรีซ์
| แต่งรถ | บีเอ็ม | BMW |
Popularity: 4% [?]
















Leave a comment!