All New Chevrolet Colorado
Tue, 8/11/11 – 9:19 | No Comment

แม้ “โคโลราโด โฉมใหม่” จะเริ่มการพัฒนาในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานและแชสซีส์ร่วมกับอีซูซุ ซึ่งถือเป็นดีลลดต้นทุนวิจัยตามสมัยนิยม แต่จีเอ็มก็ภูมิใจกับการต่อยอดพัฒนาด้วยฝีมือตนเองในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การออกแบบภายนอก ภายใน ขุมพลัง-ระบบขับเคลื่อน

Read the full story »
4x4 OFF ROAD

4×4 Off Road กระบะ PPV SUV MPV ยกสูง ชุดยก ช่วงล่าง หลากหลายสำนัก

ข่าวแวดวงรถยต์

ข่าวในวงการรถยต์ ต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศ อัพเดทตอลดที่นี่

ทดสอบรถยนต์

รวบรวมบททดสอบรถยนต์ ทั้งในประเทศและนอกประเทศ โดยนักขับรถยนต์ชื่อดัง

รถใหม่อัพเดท

รถใหม่ ราคารถใหม่ สเปครถใหม่ ในประเทศและต่างประเทศ อัพเดททุกชั่วโมง

แต่งรถ รถแต่ง

แต่งรถ รถแต่ง จากสำนักดังต่างๆ ทั่วโลก นักเลงรถ ไม่ควรพลาด

Home » ทดสอบรถยนต์

Untitled Document

All New Chevrolet Colorado

Submitted by admin on Tuesday, 8 November 2011No Comment
ช่วงนี้ใครอยากได้ ปิกอัพดีๆใช้สักคัน คงเลือกยากลำบากตัดสินใจ เพราะมองไปโชว์รูมไหนหรือสื่อช่องทางใดก็มีแต่“รถรุ่นใหม่”ขายกันเต็มไปหมด ซึ่งหลายยี่ห้อเป็นถึงโมเดลเชนจ์ ที่เปลี่ยนพื้นฐานวิศวกรรมยานยนต์แบบยกแผง

เช่นเดียวกับ เชฟโรเลต โคโลราโด โฉมใหม่ (All New Chevrolet Colorado) ที่เพิ่งส่งรถลงโชว์รูมสดๆร้อนๆพร้อมขายเมื่อ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา กับทางเลือก 26 รุ่นย่อย ใน 3 ตัวถัง 2 บล็อกเครื่องยนต์

All New Chevrolet Colorado

แม้ “โคโลราโด โฉมใหม่” จะเริ่มการพัฒนาในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานและแชสซีส์ร่วมกับอีซูซุ ซึ่งถือเป็นดีลลดต้นทุนวิจัยตามสมัยนิยม แต่จีเอ็มก็ภูมิใจกับการต่อยอดพัฒนาด้วยฝีมือตนเองในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การออกแบบภายนอก ภายใน ขุมพลัง-ระบบขับเคลื่อน ที่สำคัญยังมีโรงงานผลิตเครื่องยนต์ (แห่งใหม่ที่จังหวัดระยอง) และแม่พิมพ์ชิ้นส่วนของตนเอง จนแทบไม่ต้องพึ่งอีซูซุอีกต่อไป (แต่หลายชิ้นส่วนยังออกมาจากซัพพลายเออร์เดียวกัน)

สำหรับตัวถังที่ใหญ่กว่ารุ่นเดิมทุก มิติ วางอยู่บนแชสซีส์อันแข็งแกร่ง พร้อมออกแบบให้มีคานขวาง 8 จุด ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ และคานขวาง7 จุด ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ช่วงล่างด้านหน้าแบบปีกนกสองชั้น หลังแหนบแผ่นซ้อนที่ปรับให้ยาวขึ้นกว่ารุ่นเก่า โดยวิศวกรออกแบบ-เซ็ทค่าให้สมดุลที่สุดทั้งกรณีวิ่งรถเปล่า และบรรทุกของหนัก

เหนืออื่นในตัวถังตอนครึ่ง “เอ็กซ์เทนเด็ด แค็บ” ยังออกแบบให้บานแค็บเปิดได้ 90 องศา เพื่อเพิ่มความ อเนกประสงค์ ซึ่งถือเป็นของใหม่ที่จีเอ็มเรียกเท่ๆว่า Flex Cab

โดยผู้เขียนมีโอกาสได้ลองขับตัว“เอ็กซ์เทนเด็ด แค็บ” ที่เริ่มผลิตก่อนเพื่อน ส่วนหนึ่งเพราะรุ่นนี้มีสัดส่วนขายมากที่สุด หรือคิดเป็น 70% ของทุกตัวถัง (4 ประตู 20% และตอนเดียว 10%)

..ก็ในเมื่อดีลเลอร์สั่งมาเยอะ“จีเอ็ม” จึงเริ่มทำรุ่นนี้ก่อน แต่กระนั้นถ้าใครจองรุ่น 4 ประตูไว้ ก็ไม่ต้องเป็นกังวล เพราะประมาณเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมก็คงรับรถได้เช่นกัน

ในส่วนของรูปลักษณ์ภายนอก ออกแบบได้สปอร์ตโฉบเฉี่ยว แต่แฝงความบึกบึนไว้กับเส้นสันฝากระโปรง ซุ้มล้อ ด้านข้างมีมุมกรีดคมไปจรดฝากระโปรงท้าย ทั้งนี้ในรุ่นท็อป LTZ จะใช้ไฟหน้าแบบโปรเจกเตอร์เลนส์ ไฟท้ายใช้หลอดแอลอีดีวางเป็นรูปตัว C ดูโดดเด่นมีราคา พร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ประกบยางบริดจสโตน ดูลเลอร์ ไฮเวย์เทอร์เรน ขนาด 255/65 R17

ภายในรุ่น LTZ จะโดดเด่นสุดๆกับ ปุ่มกลมโตที่ควบคุมแอร์อัตโนมัติ พร้อมโชว์เลขดิจิตอลตัวใหญ่ ขณะที่เครื่องเสียงแบบบิวต์อินราบเรียบกับคอนโซลมองสบายตา ส่วนเรือนไมล์ด้านหน้าเรืองแสงสีน้ำเงิน วางมาตรวัดรอบไว้ด้านขวา ความเร็วไว้ด้านซ้าย คั่นกลางด้วยจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ทั้งอัตราบริโภคน้ำมัน ระยะทางที่วิ่งได้จากน้ำมันที่เหลืออยู่ ความเร็วเฉลี่ย ทริปมิเตอร์ และตำแหน่งเกียร์อัตโนมัติ เป็นต้น ขณะที่พวงมาลัยแบบสามก้านฝังปุ่มควบคุมเครื่องเสียง และโทรศัพท์ ไว้ทางซ้ายมือผู้ขับ

ทั้งนี้เครื่องเสียงแบบ 2 DIN เล่นวิทยุ CD MP3 ได้ 1 แผ่น พร้อมช่องต่อ AUX ส่วนช่องUSB เป็นแบบรูเล็ก ไม่ใช่รูมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไป ดังนั้นคงต้องหาซื้อสายมาต่อเชื่อม ถ้าหวังจะฟังเพลงกับ ทัมบ์ไดร์ฟ หรือบรรดา ไอ-พอด ไอโฟน ทั้งหลาย

ผู้เขียนนอกจากจะประทับใจกับการ ตกแต่งภายในที่ให้อารมณ์หรูหราแล้ว รายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับ-ผู้โดยสาร ถือว่าจีเอ็มทำการบ้านมาดี ทั้งการวางปุ่มควบคุมกระจกไฟฟ้าตรงแผงประตู อยู่ตำแหน่งสูงและเอียงเข้าหาผู้ขับ หรือปุ่มปรับมุมกระจกมองข้างถูกฝังไว้บริเวณเสาร์เอพิลลาร์ ล้วนเห็นชัดปรับได้ถนัดมือ ตลอดจนช่องวางแก้ว-ขวดน้ำขนาดกลาง จัดไว้เต็มห้องโดยสาร ตั้งแต่คอนโซลกลาง(ใกล้เบรกมือ) ใต้ช่องแอร์ด้านมุมหน้า และแผงประตูข้างทั้งสองฝั่ง

ในส่วนของน้ำหนักบานประตู และแค็บเปิดได้ ไม่ถึงกับหนักมือ แต่จังหวะปิดและเสียงสนิทแน่นของบานประตู ผู้เขียนว่ารู้สึกว่า ยังไม่ “เนียนกริ๊ป” เท่าใดนัก ส่วนการเข้าออกต้องปีนขึ้นตามสไตล์ปิกอัพ(รุ่นยกสูง) แต่เชฟโรเลตก็ติดมือดึงตัว เอาไว้ให้ที่เสาเอพิลลาร์

ผู้เขียนได้ลองรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ดูราแมกซ์ XLD28ดีเซล คอมมอนเรล ขนาด 2.8 ลิตร เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้าที่ 3,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 470 นิวตัน-เมตรที่ 2,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด (ถ้าเป็นรุ่นเกียร์ธรรมดา 5 สปีด จะให้แรงบิด 440 นิวตัน-เมตรที่ 2,000 รอบต่อนาที)

เมื่อดูจากตัวเลขแรงม้า-แรงบิดแล้ว อาจจะมาพร้อมความคาดหวังว่าจะ“แรง” แต่เมื่อขับจริงๆ โคโลราโด เครื่องยนต์ 2.8 ลิตร จะให้กำลังแบบเนียนต่อเนื่องมากกว่าอารมณ์พุ่งพล่านดุดัน คือไม่ใช่ว่าจะอืดอะไรนะครับ เพียงแต่สมรรถนะไม่จัดจ้านแบบที่จินตนาการไว้ก่อนหน้า

โดยการขับและแช่ไว้ที่เกียร์ D อัตราเร่งมาแบบฉลุยนิ่มทุกย่านความเร็ว พลังส่งผ่านเกียร์ตอบสนองรวดเร็ว กดเรียกมาทันใช้ หรือถ้าอยากสนุกก็ดันคันเกียร์ไปด้านซ้าย เพื่อเลือกเล่นเปลี่ยนเกียร์เอง (+,-)แบบทริปทรอนิกก็สุดยอด

ขณะเดียวกันด้วยการใช้เกียร์อัตโนมัติถึง 6 สปีด พร้อมเซ็ทอัตราทดที่เหมาะสม ทำให้ความเร็ว 100 กม./ชม.ที่เกียร์สูงสุด รอบเครื่องยนต์จะอยู่เพียง 1,600 รอบเท่านั้น หรือบนความเร็ว 120 กม./ชม. รอบหย่อน 2,000 มานิดเดียว ซึ่งประเด็นนี้ก็มั่นใจเรื่องอัตราบริโภคน้ำมัน สำหรับการขับทางไกลได้ระดับหนึ่ง

ด้านพวงมาลัยแบบแรคแอนด์พิเนียนค่อนข้างหนักมือ และเผื่อระยะฟรี จึงต้องใช้แรงและหมุนวงเลี้ยวเยอะพอสมควร ซึ่งการควบคุมอาจะเหนื่อยสักนิด ถ้าขับความเร็วต่ำบนการจราจรหนาแน่น แต่กระนั้นถ้าใช้ความเร็วเกิน 120 กม./ชม.ขึ้นไป กลับให้ความมั่นใจดีทีเดียว

ความมั่นใจดังกล่าวยังมาจากโครงสร้างการถ่ายเทน้ำหนักที่สมดุล ส่วนช่วงล่างที่แม้ด้านหลังจะวางแหนบเหนือเพลา แต่การขับความเร็วสูง ไม่ได้โยนเด้งจนปวดหัว ขณะเดียวกันก็ไม่กระด้างดิบ เมื่อขับผ่านสภาพถนนแย่ๆในเมืองไทย

นอกจากนี้ในรุ่นท็อป LTZ อาจจะต้องขอบคุณกับการจัดการพลังลงสู่ล้อให้มีเสถียรภาพด้วย แทรคชันคอนโทรล (TRC) และระบบควบคุมการทรงตัว (ESP) รวมถึงระบบสร้างสมดุลขณะเบรกในโค้ง (CBC -Cornering Brake Control) โดยระบบจะควบคุมแรงดันเบรกและลงน้ำหนักเบรกไปยังล้อทั้ง4 แบบอิสระ ตามความเหมาะสม เพื่อประสิทธิภาพการทรงตัวสูงสุด

อย่างไรก็ตามด้วยตัวแป้นเบรกที่แข็ง อาจต้องใช้แรงกดเยอะสักนิดถึงจะรู้สึกถึงการจับแบบชะลอพอดี ที่สำคัญจังหวะเบรกไม่ออกอาการหน้าทิ่ม หัวจิก ขณะที่ระยะเบรกจากความเร็ว 100 กม./ชม. ลงมาจุดหยุดนิ่ง ทำได้ 47 เมตร

ด้านอัตราบริโภคน้ำมันเฉลี่ยจากการขับขึ้นเขา-ลงเข้า ใช้ความเร็ว60-80 กม./ชม.(ขับเป็นขบวนตามกันไป) จนออกไปถนนใหญ่ใช้ความเร็วเฉลี่ย 120 กม./ชม. และมีบางช่วงถนนโล่งแอบลองทำความเร็วไปถึง 150-160 กม./ชม. ซ้ำเจอแยกไฟแดงจอดเป็นระยะ สุดท้ายผู้เขียนเห็นตัวเลขแสดงไว้ประมาณ 11กม./ลิตร

รวบรัดตัดความ… “โคโลราโด โฉมใหม่” จัดหนักอัดเต็มทั้งออปชันอำนวยความสะดวก-ปลอดภัย ขุมพลังดีเซล 2.8 ลิตร 470 นิวตันเมตร ประกบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เปิดมิติใหม่ให้วงการปิกอัพ การขับตอบสนองดี อัตราเร่งต่อเนื่องแบบสมเหตุสมผล ช่วงล่าง-การทรงตัวนับเป็นจุดเด่น พร้อมโครงสร้างแชสซีส์ใหม่ ใหญ่และแกร่งกว่าเดิม ซึ่งจีเอ็มคุยว่าสามารถบรรทุก และลากจูงน้ำหนักได้ถึง 3.5 ตัน

…ถ้าวัดกันที่ตัวรถอย่างเดียว “ปิกอัพจีเอ็ม” ตอนนี้ไม่เป็นรองใครในตลาด ดังนั้นด้วยคุณภาพโปรดักต์ และการบูรณาการด้านการผลิต บริหารชิ้นส่วน-อะไหล่ ที่พร้อมกว่าเดิม ส่วนเครือข่ายการขาย-บริการหลังการขาย ไม่มีเวลาหาข้ออ้างปัญหาใดๆอีกแล้ว…ผู้เขียนว่า สุดท้ายถ้าคนไทยตัดใจไม่ซื้อ“รถ เชฟโรเลต” อาการคงไม่หนักเท่าคนหมดความเชื่อถือใน “แบรนด์ เชฟโรเลต” นะครับ

ขอบคุณ : น.ส.พ.ผู้จัดการออนไลน์

Popularity: 28% [?]

บทความรถยนต์ที่ถูกอ่านมากที่สุด

บทความรถยนต์ที่ถูกอ่านมากที่สุด

Leave a comment!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.