Fri, 9/10/09 – 22:37 | Comments Off

ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือเป็นความตั้งใจของ มิตซูบิชิ ที่จัดงาน?เอ็กซ์คลูซีฟ เทสไดร์ฟ? ให้สื่อมวลชนได้ลองขับ?แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ ใหม่?เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (5 ต.ค.) เพราะถ้านับย้อนหลังไป 8 ปี ของวันเดียวกัน เรามีโอกาสได้เห็น จอห์น บอง โจวี เป็นพรีเซนเตอร์ร้องเพลง It?s my life ในโฆษณาเปิดตัว ?แลนเซอร์ ซีเดีย? ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

Read the full story »
4x4 OFF ROAD

4×4 Off Road กระบะ PPV SUV MPV ยกสูง ชุดยก ช่วงล่าง หลากหลายสำนัก

ข่าวแวดวงรถยต์

ข่าวในวงการรถยต์ ต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศ อัพเดทตอลดที่นี่

ทดสอบรถยนต์

รถใหม่อัพเดท

รถใหม่ ราคารถใหม่ สเปครถใหม่ ในประเทศและต่างประเทศ อัพเดททุกชั่วโมง

แต่งรถ รถแต่ง

Home » ทดสอบรถยนต์

Untitled Document

ขับปลอดภัยสไตล์ เอ-คลาส A200 ELEGANCE

Submitted by admin on Thursday, 6 November 2008No Comment


หลังจากประกาศลงทุนเพิ่มอีก 500 กว่าล้านบาท เพื่อทำการผลิต เอ- คลาส และเอส-คลาส ใหม่ ในประเทศไทย โดยเฉพาะน้องเล็ก ?เอ-คลาส? นั้นถือว่าไทยเป็นประเทศแรกในโลกที่ได้สิทธิ์ประกอบนอกเยอรมนี และได้ขึ้นไลน์ผลิตไปแล้ว(เฉพาะรุ่น A170) ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

จากแผนงานดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า เดมเลอร์ไครสเลอร์ เล็งเห็นถึงศักยภาพทางการตลาด รวมถึงช่องทางที่คาดว่ารถขนาดกะทัดรัดน่าจะไปได้ดี ประกอบกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ราคาน้ำมันกระฉูดเป็นประวัติการณ์ น่าจะทำให้รถที่มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กเข้ามาอยู่ในหัวใจของพี่น้องชาวไทยได้ไม่ยาก

เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ในตัวสินค้าให้กับผู้บริโภค บริษัท เดมเลอร์ไครสเลอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จึงจัดให้ลูกค้าและสื่อมวลชนได้สัมผัสประสบการณ์จริง รวมถึงเรียนรู้การขับขี่ที่ปลอดภัยไปพร้อมๆกัน กับโปรแกรม A-Class Dynamic Active Safety Experience หรือ ASEโดยยึดกองพันทหารราบ ที่ 11 บางเขน เป็นที่ทำการชั่วคราว

โปรแกรม ASE จะถูกแบ่งเป็น 3 สถานี ได้แก่ การขับสลาลอม (Slalom) การเปลี่ยนช่องทาง (Lane change) และการเบรก (Breaking) ควบคุมการผลิตโดยผู้ฝึกสอนเปี่ยมประสบการณ์ นำเข้ามาจากเยอรมัน 2 ท่านคือ แมทเธียส ไคลน์ไมเคิล (Matthias Kleinmichel) กับ วีโอเล็ตต้า เวคอบ (Violetta Weykopf) โดย ?ผู้จัดการมอเตอร์ริ่ง? ถูกจัดให้อยู่กลุ่มของครูฝึกสาว พร้อม A200 ELEGANCE

สถานีแรก ?ขับสลาลอม?

นับเป็นสถานีพื้นฐานที่ทุกการอบรมจะต้องบรรจุไว้ในหลักสูตร เพราะนอกจากจะเป็นการเตรียมพร้อม เพื่อเรียนรู้นิสัยของพาหนะนั้นๆแล้ว ยังเป็นการฝึกบังคับพวงมาลัย และควบคุมรถให้อยู่ในทิศทางที่ต้องการจะไปได้อย่างแม่นยำ ซึ่งในสถานีนี้แต่ละคนจะต้องขับกันอย่างน้อย 4 ? 5 รอบ

โดยจะต้องควบคุมอัตราเร่งให้เหมาะสม แล้วพยายามหักพวงมาลัยให้น้อย นั่นหมายความว่าจะต้องขับเล็มกรวย รักษาทิศทางให้เป็นเส้นตรงมากที่สุด ดังนั้นการขับอย่างราบลื่นรักษาอัตราเร่งให้คงที่ คือหัวใจของการขับสลาลมนั่นเอง

สถานนีที่สอง ?เบรก?

เพื่อเป็นการเรียนรู้ว่าความเร็วของรถมีผลต่อระยะการเบรก ?วีโอเล็ตต้า? ให้พวกเราลองเบรกในระดับความเร็วที่ต่างกัน ทั้งยังนำ ?Slide Pad? ที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำมาวางส่งผลให้พื้นผิวลื่นมากขึ้นไปอีก โดยเริ่มที่ความเร็ว 30 กม./ชม. ก่อน จากนั้นก็เพิ่มเป็น 60 กม./ชม. ซึ่งจะเห็นว่าระยะเบรกจะยาวขึ้นอีก 4 เท่าเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังให้พวกเราลองเบรกในพื้นผิวที่แต่งกัน โดยใช้ความเร็ว 40 กม.ชม. และให้ล้อหน้าขวาอยู่บน ?Slide Pad? ล้อหน้าซ้ายอยู่บนพื้นถนนธรรมดา จากนั้นเวลาเบรกแล้วให้ปล่อยมือทั้งสองออกจากพวงมาลัย ซึ่งแน่นอนว่าหน้ารถจะพุ่งไปหาพื้นผิวที่มีแรงเสียดทานมากกว่าโดยธรรมชาติ

จากนั้นก็ให้กลับมาขับใหม่ที่ความเร็วประมาณ 80 กม./ชม. กับสถานการณ์เดิม แต่คราวนี้ต้องเบรกพร้อมควบคุมพวงมาลัย และบังคับรถให้อยู่ในเส้นทางให้ได้ ซึ่งเราก็ผ่านไปได้ด้วยดี

ขณะเดียวกัน ?วีโอเล็ตต้า? ยังบอกเทคนิคของการเบรกฉุกเฉิน(ในกรณีมี ABS) ว่าควรกระทืบแป้นเบรกลงไปอย่างแรงและรวดเร็วที่สุด พร้อมหันพวงมาลัยไปทิศทางที่คิดว่าปลอดภัย ขณะเดียวกันสายตาคุณต้องจ้องทางออกนั้นอย่างไม่กระพริบ แล้วทุกอย่างจะเป็นไปตามกลไกของสมองกับร่างกาย

สถานีที่สาม ?เปลี่ยนช่องทาง?

สำหรับสถานีสุดท้าย ที่ถือว่าเร้าใจมากที่สุด เพราะแต่ละคนต้องเปลี่ยนช่องทางกะทันหัน ณระดับความเร็วตั้งแต่ 80 กม./ชม.ขึ้นไป….จากเริ่มจากจุดสตาร์ททุกคนสามารถอัดกันมาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งผู้จัดเขาคำนวณไว้แล้วว่าเหยียบได้สุดๆคงไม่เกิน100 กม./ชม.

จากนั้นจะมีกรวยขวางเป็นแผงอยู่ด้านหน้า ซึ่งผู้ขับสามารถเลือกหลบได้ซ้าย-ขวา โดยไม่ต้องเหยียบเบรก จากนั้นต้องควบคุมพวงมาลัยให้กลับมาอยู่ในทางตรงอีกครั้ง แล้วเบรกให้พอดีกับจุดที่กำหนดไว้… แน่นอนว่าพระเอกของงานจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ หรือ ESP (Electronic Stability Program) ที่ช่วยเราได้มากเวลาเจอเหตุไม่คาดฝัน อย่างไรก็ตามคงไม่มีใครอยากเจอสถานการณ์แบบนี้ แต่ฝึกเอาไว้ก็ไม่เสียหาย

ทั้งหลายทั้งปวงทำให้เราได้รับรู้ถึงสมรรถนะของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอ-คลาส กันพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมที่แม่นยำ ระบบช่วงล่างแน่นๆ (สำหรับ A200 ELEGANCE ที่วันนั้นอาจจะเซ็ทมาโดยเฉพาะ) เครื่องยนต์ให้กำลังสมเนื้อสมตัว รวมถึงระบบความปลอดภัยที่ใส่มาให้เพียบ

นอกจากนี้เมื่อเกิดสถานการณ์คับขัน การฝึกฝนมาบ้างคงจะช่วยให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และปลอดภัยมากขึ้น ที่สำคัญต้องมีสติ และขับอย่างมีน้ำใจ…แบ่งๆกันไปแล้วกัน

สำหรับโปรแกรม Driving Experince นั้น เดมเลอร์ไครสเลอร์ ประเทศไทย เขาจัดกันเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้รถรุ่นไหนหรือ รูปแบบการจัดงานจะเป็นแบบใด โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อไปยังดีลเลอร์ใกล้บ้านเพื่อให้เขาเก็บข้อมูลเอาไว้ เผื่อครั้งหน้าถ้ามีการจัดงานลักษณะนี้ เขาจะได้ติดต่อไปหาคุณให้มาสัมผัสประสบการณ์ดีๆแบบนี้เช่นกัน

ข้อมูลเทคนิค A200 ELEGANCE

เครื่องยนต์ เบนซิน 4สูบ 8 วาล์ว
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี) 2,034
กำลังสูงสุด(แรงม้า/รตน.) 136/5,750
แรงบิดสูงสุด(นิวตันเมตร/รตน.) 185/3,500-4,000
อัตราเร่ง 0-100กม./ชม.(วินาที) 9.9
ความเร็วสูงสุด(กม./ชม.) 195
ความจุถังน้ำมัน(ลิตร) 54
พี้นที่บรรทุกของ(ลิตร) 397
ระบบส่งกำลัง อัตโนมัติCVT 7 สปีด
ราคา(บาท) 2,390,000

Popularity: 1% [?]

รถยต์ที่มีคนอ่านมากที่สุด

รถยต์ที่มีคนอ่านมากที่สุด

Leave a comment!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.